รายการหลัก
      ข้อมูลทั่วไป
      วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่มหมายฯ
      โครงสร้าง อบต.บ้านม่วง
      คณะผู้บริหาร
      สำนักปลัด
      กองคลัง
      ส่วนโยธา
      กองการศึกษา ศาสนา และ
     วัฒนธรรม
      ฝ่ายนิติบัญญัติ
   หมู่บ้านในตำบลบ้านม่วง
      บ้านม่วง
      บ้านตาดเสริม
      บ้านวังมน
      บ้านภูเขาทอง
      บ้านหนอง
      บ้านโนนสว่าง
      บ้านห้วยค้อ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 234
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 172,747
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 Webboard
www.baanmuang.com > สอบถามข้อมูลทั่วไป และ ข้อมูลท่องเที่ยว > ร.๑๑ พัน.๓ รอ. เชิญโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ร.๑๑ พัน.๓ รอ. เชิญโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน (อ่าน 769)   
ฝขว.ร.๑๑ พัน.๓ รอ.
Guest
line2_phun3@hotmail.com
เมื่อ 4 มกราคม 2559 06:51 น.
ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
ฝกพ.ศปภอ.ทบ.๔
Guest
yakusaiinj@gmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 4 มกราคม 2559 14:27 น. [แจ้งลบ]
ขอให้จอมทัพไทยมีพลานามัยแข็งแรงเทอญ
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:08 น. [แจ้งลบ]
ธรรมะของพระราชา สู่ความสำเร็จของ ฟาร์มอินทร์แปลง
จากเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุเพียง 14 ปี ‘เบส’ นายปฏิวัติ อินทร์แปลง ได้เขียนจดหมายขอพระราชทานวัวนม จากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ใน ‘โครงการมอบวัวแก่เกษตรกร’ เขาเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตของครอบครัว ที่มีเพียงเขาและแม่ที่ทำอาชีพเลี้ยงวัว รีดนมวัวขาย จากวัวที่ตามอบให้มาเพียง 1 ตัว เป็นต้นทุนในการเลี้ยงชีพ และเขาก็ได้รับพระราชทานวัวนม 1 ตัว ที่นอกจากจะสร้างความปลื้มปิติให้กับเขาแล้ว มันยังเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้เขายึดอาชีพเกษตรกรเลี้ยงวัวนมมาจนทุกวันนี้
‘เบส’ บอกว่า จากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ เขามีวัวทั้งหมด 55 ตัว เขาก็ยังยึดแนวทางการดำเนินชีวิตตามคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เขาเติบโตด้วยการพึ่งพาตนเอง และรู้จักการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อถามว่า ‘เบส’ พึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตแบบพอเพียงอย่างไร เขาอธิบายว่า การทำอาชีพเกษตรกรของเขา เรื่องแรกที่มอง ไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่เป็นเรื่องของการสร้างฟาร์มให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่วนเรื่องเงินหรือรายได้ มองเป็นเรื่องที่ 2 บางงานที่ถูกนำเสนอเข้ามา เป็นงานที่มีรายได้เยอะจริง แต่ถ้าเขารับทำ ก็มีรายได้เพียงทางเดียว แถมยังคุมอะไรไม่ได้เลย ซึ่งเสี่ยงและไม่ยั่งยืน แบบนั้นเขาก็จะไม่รับ การบริหารฟาร์มของเขา ต้องสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง อย่าง น้ำนมดิบที่เขาได้มาวันละ 500 กิโลกรัม เขาสามารถบริหารช่องทางการสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้ทั้งหมด
“แรก ๆ ผมก็ส่งน้ำนมดิบให้กับโรงงานของสหกรณ์โคนม แต่ 3 ปีหลัง ผมเปลี่ยน เพราะฟาร์มเราอยู่ไกลจากสหกรณ์ เรามาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องเดินทางไกลล เราเลยเริ่มทำตลาดเองที่ชุมพร และเริ่มพัฒนาสู่การแปรรูปน้ำนมดิบ ด้วยการนำมาทำชีส ทำเนย ทำนมพาสเจอไรซ์รสต่าง ๆ โดยการไปเพิ่มเติมความรู้จากการเทกคอร์สสั้น ๆ”
‘เบส’ เล่าอีกว่า ตอนเรียนจบ ม.6 เขามีโอกาสได้อ่านหนังสือ “ธรรมะ จากพระเจ้าแผ่นดิน” หนังสือที่รวบรวมคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เรื่องที่เขาสนใจมาก คือ เรื่องของการพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ และสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ ง่าย ๆ เลย ที่ยกตัวอย่างได้ คือ เรื่องของฟาร์มที่ปลอดของเสีย “ทำทุกอย่างที่ใช้-ใช้ทุกอย่างที่ทำ”
“เอามูลวัวมาทำปุ๋ยและทำก๊าซชีวภาพ นำมาทำพลังงานใช้ภายในฟาร์ม น้ำเสียก็ส่งต่อไปให้เกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ส่งให้กับฟาร์มของเรา เพื่อใช้รดน้ำ การเรียนรู้เรื่องราวนี้มันง่ายมาก เพียงแต่เกษตรกรต้องเข้าใจแก่นแท้ของมัน อยู่ที่เจ้าของฟาร์มจะมีมุมมองในการบริหารฟาร์มอย่างไร แต่ธรรมชาติของเกษตรกรไทยยังชอบทำตาม ๆ กัน ไม่คิดต่าง ในหลวงบอกให้เราคิดอย่างมีเหตุมีผล ต้องรู้จริง ศึกษาอย่างถ่องแท้ และเรียนรู้ตลอดเวลา”

เกษตรกรหนุ่มคนนี้ บอกว่า เขาไม่ได้เรียนการตลาด หรือ การบริหาร มาจากที่ไหน แต่เขาได้ความรู้มาจากหนังสือ “ธรรมะจากพระเจ้าแผ่นดิน” รวมทั้งหลักคำสอนต่าง ๆ ของพระองค์ท่าน ที่เขาศึกษาจนถึงแก่นแท้ ทำความเข้าใจ แล้วนำมาปฏิบัติ
ตอนนี้ ‘เบส’ สามารถสร้างรายได้จากน้ำนม มูลวัว น้ำเสีย และการเลี้ยงลูกวัวขาย ซึ่งทั้งหมดเป็นรายได้ที่เกื้อกูลกัน เขาสามารถพัฒนาการผลิตแปรรูป สร้างรายได้จากน้ำนมวัว ทั้งจากน้ำนมดิบ นมพาสเจอไรซ์ ที่มีทั้งหมด 6 รสชาติ ที่ทำตลาดทั้งที่ชุมพร หาดใหญ่ ภูเก็ต สมุย กรุงเทพฯ และมีบางส่วนที่ทำตลาดในเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีโยเกิร์ตที่ไม่ผสมน้ำตาลและไอศกรีมเจลาโต้
ขณะนี้ เขาได้พัฒนาไปสู่การสร้างคอนแทร็กต์ฟาร์ม ซึ่งมีเข้ามาร่วมแล้ว 2 ฟาร์ม โดยคัดเลือกจากเกษตรกรที่มีทัศนคติพร้อมที่จะพัฒนาไปด้วยกัน พร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพื่อทำให้อาชีพคนเลี้ยงวัว หรือ ฟาร์มโคนม เติบโตได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดของ ‘เบส’ คือ การมีโรงงานเป็นของตัวเอง และผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพให้กับเด็กไทย โดยเริ่มต้นจากชุมพร บ้านเกิดของเขาก่อน เขาตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี จะมีแม่วัว 200 ตัว คอนแทร็กต์ฟาร์มอีก 10 ฟาร์ม มีโรงงานของตัวเอง แล้วเดินหน้าทำตามความฝันอย่างเต็มที่
จากเมื่อหลายปีก่อนที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาฟาร์มโคนม และฟาร์มโคนมก็สามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรของพระองค์ได้ หากเกษตรกรรู้จักวางระบบบริหารที่ถูกต้อง ทำไมที่ประเทศอื่นจึงมีการทำฟาร์มในแค่บางพื้นที่ แต่ประเทศไทยสามารถทำได้ทั่วประเทศ เรื่องเหล่านี้รัฐบาลควรให้การสนับสนุน ช่วยโฆษณารณรงค์ให้คนไทยดื่มนม หากรัฐบาลดำเนินการจริงจัง มองเห็นโอกาสของคนไทยเช่นสายพระเนตรอันกว้างไกลของพ่อหลวงของคนไทย อาชีพฟาร์มโคนมจะสดใสกว่านี้อีกมากมาย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:11 น. [แจ้งลบ]
แปรความโศกเศร้า เป็นพลังแห่งแผ่นดิน
“ออกทุกข์” หรือภายหลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 และพระราชพิธีต่างๆที่เกี่ยวข้องสิ้นสุดลง ทุกหน่วยราชการ และบริษัทห้างร้านเริ่มเก็บผ้าดำผ้าขาวที่ประดับตกแต่งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่ประดิษฐานมายาวนาน กว่า 1 ปี และวันนี้ส่วนใหญ่คงจะเก็บหมดแล้ว
ตามท้องถนน ตามสถานีรถไฟฟ้า ตามป้ายรถเมล์ หรือศูนย์การค้าต่างๆ เราคงจะเห็นผู้คนสวมเสื้อชุดที่มีสีสันหลากสีกันมากขึ้น สำหรับผมเองขอสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับสีอื่นๆ หลังจากสวมเสื้อสีดำสลับขาวมา 1 ปีเศษๆ สีเหลืองเป็นสีประจำพระชนมวารของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เพราะประสูติในวันจันทร์ทั้ง 2 พระองค์ การสวมเสื้อสีเหลืองไปสักระยะหนึ่ง จึงเป็นการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพร้อมๆกับการก้าวเดินสู่รัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 10อีกทั้งสีเหลืองยังเปรียบได้กับสีทองคำ ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรือง ถึงความโชติช่วงชัชวาลย์จากนี้ไปเราพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน้า โดยแปรความโศกเศร้าความอาลัย ความอาดูรจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นพลังแห่งแผ่นดิน ผมเห็นด้วยกับพาดหัวในข้อเขียนหน้า 3 ของทีมการเมืองไทยรัฐ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ว่า “แปรความอาลัยเป็นพลังแผ่นดิน” ขออนุญาตหยิบยืมมาเป็นชื่อเรื่องของคอลัมน์ผมในวันนี้ พร้อมกับเติมคำลงไปอีกเล็กน้อย ตลอดเวลา 1 ปีเศษๆที่ผ่านมา แม้ในหัวใจปวงประชาชนชาวไทยจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยอาวรณ์อย่างสุดพรรณนาได้ แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยมีความเข้มแข็ง มีความอดทน และมีความสามารถในการเอาชนะความเศร้าโศกได้อย่างดียิ่ง ขณะเดียวกันก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีขึ้นในทุกแห่งหนของประเทศ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายๆปีมานี้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน ปรับทุกข์ผูกมิตรซึ่งกันและกัน ปลอบโยนกัน ให้กำลังใจกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ภาพของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ห่วงหาอาทรและช่วยเหลือเจือจานซึ่งกันและกันเกิดขึ้นที่โน่นที่นี่ คำว่า “จิตอาสา” กลายเป็นคำที่คนไทยคุ้นเคย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อตลอด 1 ปีที่แล้วทุกแห่งทุกที่เต็มไปด้วยคำปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี เราจะทำความดี เราจะรู้รักสามัคคีตามรอยพระยุคลบาทของพ่อแห่งแผ่นดิน เราได้เรียนรู้คำสอนของพ่ออย่างละเอียดทั้งทฤษฎี ทั้งปรัชญา เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการดำรงตนในทุกๆระดับ เราสัญญากันว่า เราจะทำตามที่พ่อสอน จะมุมานะ จะอดทนอดกลั้น และขยันขันแข็ง เหมือนที่พ่อทรงปฏิบัติให้เราเห็นมาตลอดเวลาที่พระองค์ท่านทรง “ครองแผ่นดินโดยธรรม” ฯลฯ และ ฯลฯ ผมหวังว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ ซึ่งได้เกิดขึ้นและสั่งสมอยู่ในจิตสำนึกของคนไทยมาตลอด 1 ปีเต็มๆ จะตกผลึกกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะฝังอยู่ในจิตใจของคนไทยไปโดยตลอดนับตั้งแต่วันนี้ถ้าจะว่าไปแล้วหลายๆเรื่องที่เป็นความดีความงามนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับประเทศไทย หรือคนไทยเราเลย แท้จริงเคยเกิดขึ้นกับคนไทยและสังคมไทยมานานนักหนาแล้วด้วยซ้ำ เพิ่งจะมาย่อหย่อนจนถึงขั้นหายไปในยุคที่บ้านเมืองเรามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระแสเศรษฐกิจ กระแสความโลภ เข้ามาครอบคลุมจิตใจของคนไทยจนลืมความดีเก่าๆไปเสียเกือบหมด บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับไปสู่ยุคสมัยแห่งความดีงามด้วยการแปรเปลี่ยนความโศกเศร้าเสียใจที่มีต่อการจากไปของ “พ่อ” ให้กลับมาเป็น พลังแผ่นดิน ดังเช่นพระนามของ “พ่อ” อีกครั้ง พลังที่จะนำประเทศชาติอันเป็นที่รักของพ่อและของพวกเราทุกคนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต.
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:12 น. [แจ้งลบ]
น้ำทิพย์ชโลมใจ
ภาวะหัวใจสูญสลาย บังเกิดขึ้นทั่วแผ่นดินในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
สายฝนที่โปรยมาลง แดดที่ร้อนแรง ไม่ได้ทำให้ปวงประชาชนย่อท้อ ทั้งที่อยู่ในบริเวณมณฑลพิธีที่จับจองล่วงหน้าข้ามคืนข้ามวัน รวมถึงใน สถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศรอบบริเวณสถานที่ จัดไว้ในการถวายดอกไม้จันทน์
ไม่เพียงแต่เป็นประวัติศาสตร์ของพระราชพิธีที่บังเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้เท่านั้น แต่หมายรวมถึงเป็นประวัติศาสตร์แห่งโลกก็ว่าได้ หัวใจทุกดวงหนักอึ้ง หมองหม่น จากความรักและอาลัย ภาพความงดงามในมณฑลพิธี ภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงร่วมนำในพระราชพิธี เผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทั่วทุกอาณาแว่นแคว้น ประดับไว้ในใจของมหาชน ทุกนาทีที่ปรากฏหมายถึงการหล่อหลอมรวมความรักในแผ่นดิน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่พระผู้ที่สวรรคตล่วงลับไป พระกรณียกิจ พระจริยวัตร เวียนกลับมาปรากฏในหัวใจอีกครั้ง พระปฐมบรมราชโองการเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์นานนับเกือบศตวรรษ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ผุดเด่นเรืองรอง น้ำตา ความอาลัย หัวใจสูญสลาย ยากกลับคืน แต่ในความโศกเศร้า เหมือนมีน้ำทิพย์ ชโลมใจให้ปวงประชา จากศราทธพรตเทศนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกศราทธพรตเทศนา เป็นคำพระธรรมเทศนาในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แสดงอนิจจลักษณะความไม่เที่ยง และให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท อันเป็นเอกอุธรรมปัจฉิมโอวาท แห่งองค์สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าศราทธพรตธรรมที่สมเด็จพระสังฆราชทรงเทศนา มีเนื้อหากระชับ กินความลึกซึ้ง ให้ประชาชนชาวไทยน้อมนำดำเนินตามรอยพระบาทด้วยการปฏิบัติบูชา สร้างชีวิตอยู่ดีมีสุข พึ่งพาตนเอง เป็นพลเมืองดี โดยหากทรงทราบด้วยพระญาณวิถี ย่อมสร้างความอิ่มเอมในพระราชหฤทัย ธรรมะอันเป็นสำคัญก็คือ สติ ที่เกิดกับจิตที่ดีงามทุกประเภทตั้งแต่ทาน ศีล และอบรมความสงบของจิต กระทั่งก้าวไปสู่มหาสติในการอบรมเจริญปัญญา ทำความเห็นให้แจ้ง เห็นความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระสติระลึกรู้ จึงทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างสง่างามทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยปัญญา พระองค์ทรงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทในชีวิต บุญญาธิการจึงไพบูลย์ ควรที่เราทั้งหลาย จักเร่งทำประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม ตามรอยพระยุคลบาท ให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาท เพื่อพระผู้เสด็จจากไป จักได้ทรงอิ่มพระราชหฤทัยว่า กตํ กรณียํ กิจอันต้องกระทำ ได้ทำเสร็จแล้ว และย่อมทรงบันเทิงทิพยารมณ์อย่างมิต้องสงสัย กราบอนุโมทนาสาธุการ ศราทธพรตธรรม ดั่งธรรมทิพย์ชโลมใจ ให้มีหลักพึ่งพิง มีสติ ปัญญา
น้อมนำปฏิบัติบูชาตามรอยพระยุคลบาทตลอดไป
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:14 น. [แจ้งลบ]
กิจที่จะทำคำที่จะพูด...ผิดหรือถูก “...ความคิดนั้นสำคัญมากถือได้ว่าเป็นแม่บทใหญ่ของคำพูดและการกระทำทั้งปวง กล่าวคือถ้าคนเราคิดดีคิดถูกต้องทั้งตามหลักวิชาและคุณธรรม คำพูดและการกระทำก็เป็นไปในทางที่ดีที่เจริญแต่ถ้าคิดไม่ดีไม่ถูกต้อง คำพูดและการกระทำก็อาจก่อความเสียหายทั้งแก่ตัวเองและส่วนรวมได้ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่บุคคลจะพูดจะทำสิ่งใดจำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนว่า กิจที่จะทำคำที่จะพูดผิดหรือถูกเป็นคุณประโยชน์หรือเป็นโทษเสียหาย เป็นสิ่งที่ควรพูดควรกระทำหรือควรงดเว้นเมื่อคิดพิจารณาได้ดังนี้ ก็จะสามารถยับยั้งคำพูดที่สมควรหยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง พูดและทำแต่สิ่งที่จะสัมฤทธิ์ผลเป็นคุณเป็นประโยชน์และเป็นความเจริญ...” (พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย๙กรกฎาคม๒๕๔๐)
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:15 น. [แจ้งลบ]
นายกฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานคำแนะนำ
“นายกฯ” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานคำแนะนำ ขอบคุณคนไทยร่วมจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิง ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า บัดนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และสมพระเกียรติด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยพร้อม เพรียง เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สนองพระมหากรุณาธิคุณตราบ ถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา ตามคตินิยมโบราณที่ว่า “ขอร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานคำแนะนำอันทรงคุณค่า และทรงวินิจฉัยปัญหาในทางปฏิบัติจนขจัดคลี่คลายอุปสรรค สามารถดำเนินการต่อไปได้ในหลายเรื่องด้วยความเรียบร้อยทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายและประชาชน ทั้งในเรื่องอาหารการกินดินฟ้าอากาศ การสัญจรการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และการมีส่วนร่วมในพระราชพิธี ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สร้างพระ เมรุมาศจำลองขึ้นในทุกจังหวัดและพระราชทานหีบ ไฟหลวงจากพระหัตถ์เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เชิญไปเป็นต้นเพลิงพระราชทาน ณ ทุกจังหวัดและในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการหลายครั้ง เสด็จไปทอดพระเนตรและทรงติดตามงานทุกด้านอย่างใกล้ชิด พระราชทานคำแนะนำต่าง ๆ มาโดยตลอด และด้วยพระบารมีของทั้งสองพระองค์งานพระราชพิธีจึงสำเร็จลงได้ด้วยความเรียบ ร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ และยังเป็นประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม อีกด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้ อีกประการหนึ่งรัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงานขอขอบคุณสถาปนิก วิศวกร จิตรกร ปฏิมากร ช่างศิลปกรรมทุกแขนง ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคเอกชน ช่างราชสำนัก ช่างสิบหมู่ ช่างพื้นบ้าน หรืออาสาสมัครที่ต่างได้บรรจงจัดสร้าง ตกแต่ง ประดับประดา หรือบูรณะซ่อมแซม ทั้งในส่วนของพระเมรุมาศ ราชรถ มหัคฆภัณฑ์ทั้งหลายที่ใช้ในการพระราชพิธีและภูมิทัศน์อย่างประณีตบรรจง นับว่าเป็นการชุมนุมงานฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดแห่งศิลปกรรมอันวิจิตรอลังการทุกแขนง และเป็นที่ซาบซึ้งพระทัย และประทับใจของ พระประมุข พระราชวงศ์ ประมุข ผู้นำรัฐบาลนานาประเทศที่มาร่วมงานพระราชพิธีตลอดจนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจได้ รับการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมไปทั่วโลก “รัฐบาลขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเตรียมงาน การฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ การต้อนรับ ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจำนวนกว่าสิบล้านคนที่หลั่งไหลกันมากราบ ถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักรโดยเฉพาะในอาณา บริเวณพระเมรุมาศ พระเมรุมาศจำลองและซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง จนการพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง ทั้งขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาทั่วไป และอาสาสมัครที่ต่างเสียสละช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็น กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างดี ที่นับว่าสำคัญยิ่งคือ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกที่ ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมในส่วนของตน และปฏิบัติตาม คำเชิญชวนหรือร้องขอของทางราชการซึ่งจำเป็นต้องกำหนดขึ้นเพื่อความเป็น ระเบียบเรียบร้อยตลอดจนสื่อมวลชน นักกีฬา ศิลปิน ทั้งนี้เป็นเพราะเราทั้งหลายต่างมีศูนย์รวมจิตใจร่วมกัน มีหัวอกเดียวกัน จึงปรารถนาจะพูดและทำอย่างที่คิดเห็นตรงกัน คือการทำความดีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ” นายกรัฐมนตรี กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ บริเวณสถานที่ที่เคยใช้เป็น พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2560 รวมเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนจะมีการรื้อถอนต่อไป รัฐบาลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปชมนิทรรศการดังกล่าวอันจะแสดงให้เห็นถึง องค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดจนพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งจะได้เก็บบรรยากาศประวัติศาสตร์นี้ไว้ในความทรงจำเพื่อบอกกล่าวแก่ลูก หลานสืบไป “พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน งานพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้วดอกไม้จันทน์ที่เราวางเพื่อถวายราชสักการะได้เผา มอดไหม้หมดแล้วดอกดาวเรืองนับล้าน ๆ ต้นทั่วประเทศอาจเริ่มร่วงโรย แถบผ้าดำขาวแสดงความอาลัยได้ปลดออกแล้วแต่พระบรมราโชวาท ศาสตร์พระราชา และคำสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริร่วมสี่พันโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยังคงดำเนินการต่อไปสิ่งเหล่านี้จะ เป็นความทรงจำยิ่งใหญ่ที่เราทั้งหลายพึงสืบสานเจริญรอยพระยุคลบาท อันจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ สนองพระมหากรุณาธิคุณเป็นมงคลแก่ตนและเป็นพลังของแผ่นดินอย่างยั่งยืน ขอเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม อภิบาลบันดาลดล ให้ประเทศไทย และประชาชนชาวไทยผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์มีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า อย่างเข้มแข็ง สมดังพระบรมราชปณิธานและมีความร่มเย็นเป็นสุข วัฒนาสถาพรตลอดไป” นายกฯ กล่าว
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:18 น. [แจ้งลบ]
นายกฯ ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศร่วมพระราชพิธี
“นายกฯ”ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติ “ชี้”พระบรมราโชวาทยังคงอยู่ตลอดไป
เมื่อเวลา 08.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า บัดนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยพร้อมเพรียง เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สนองพระมหากรุณาธิคุณตราบถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา ตามคตินิยมโบราณที่ว่า “ขอร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”
รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานคำแนะนำอันทรงคุณค่า และทรงวินิจฉัยปัญหาในทางปฏิบัติจนขจัดคลี่คลายอุปสรรค สามารถดำเนินการต่อไปได้ในหลายเรื่องด้วยความเรียบร้อยทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชน ทั้งใน เรื่องอาหารการกิน ดิน ฟ้า อากาศ การสัญจรการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และการมีส่วนร่วมในพระราชพิธี ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สร้างพระเมรุมาศจำลองขึ้นในทุกจังหวัดและพระราชทานหีบไฟหลวงจากพระหัตถ์ เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เชิญไปเป็นต้นเพลิงพระราชทาน ณ ทุกจังหวัดและในต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการและเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการหลายครั้ง เสด็จไปทอดพระเนตรและทรงติดตามงานทุกด้านอย่างใกล้ชิด พระราชทานคำแนะนำต่าง ๆ มาโดยตลอด และด้วยพระบารมีของทั้งสองพระองค์งานพระราชพิธีจึงสำเร็จลงได้ด้วยความเรียบร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ และยังเป็นประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม อีกด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯหาที่สุดมิได้
อีกประการหนึ่งรัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงานขอขอบคุณสถาปนิก วิศวกร จิตรกร ปฏิมากร ช่างศิลปกรรมทุกแขนง ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคเอกชน ช่างราชสำนัก ช่างสิบหมู่ ช่างพื้นบ้าน หรืออาสาสมัครที่ต่างได้บรรจงจัดสร้าง ตกแต่ง ประดับประดา หรือบูรณะซ่อมแซม ทั้งในส่วนของพระเมรุมาศ ราชรถ มหัคฆภัณฑ์ทั้งหลายที่ใช้ในการพระราชพิธีและภูมิทัศน์อย่างประณีตบรรจง นับว่าเป็นการชุมนุมงานฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดแห่งศิลปกรรมอันวิจิตรอลังการทุกแขนง และเป็นที่ซาบซึ้งพระทัย และประทับใจของ พระประมุข พระราชวงศ์ ประมุข ผู้นำรัฐบาลนานาประเทศที่มาร่วมงานพระราชพิธีตลอดจนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจได้รับการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมไปทั่วโลก
“รัฐบาลขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเตรียมงาน การฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ การต้อนรับ ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจำนวนกว่าสิบล้านคนที่หลั่งไหลกันมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักรโดยเฉพาะในอาณาบริเวณพระเมรุมาศ พระเมรุมาศจำลองและซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง จนการพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง ทั้งนี้ขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาทั่วไป และอาสาสมัครที่ต่างเสียสละช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันอย่างดี ที่นับว่าสำคัญยิ่งคือ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมในส่วนของตน และปฏิบัติตาม คำเชิญชวนหรือร้องขอของทางราชการซึ่งจำเป็นต้องกำหนดขึ้นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดจนสื่อมวลชน นักกีฬา ศิลปิน ทั้งนี้เป็นเพราะเราทั้งหลายต่างมีศูนย์รวมจิตใจร่วมกัน มีหัวอกเดียวกัน จึงปรารถนาจะพูดและทำอย่างที่คิดเห็นตรงกัน คือการทำความดีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ในช่วงเวลาขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ บริเวณสถานที่ที่เคยใช้เป็น พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย.2560 รวมเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนจะมีการรื้อถอนต่อไป รัฐบาลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปชมนิทรรศการดังกล่าวอันจะแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดจนพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งจะได้เก็บบรรยากาศประวัติศาสตร์นี้ไว้ในความทรงจำเพื่อบอกกล่าวแก่ลูกหลานสืบไป
“พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน งานพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้วดอกไม้จันทน์ที่เราวางเพื่อถวายราชสักการะได้เผามอดไหม้หมดแล้วดอกดาวเรืองนับล้าน ๆ ต้นทั่วประเทศอาจเริ่มร่วงโรย แถบผ้าดำขาวแสดงความอาลัยได้ปลดออกแล้วแต่พระบรมราโชวาทศาสตร์พระราชา และคำสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริร่วมสี่พันโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยังคงดำเนินการต่อไปสิ่งเหล่านี้จะเป็นความทรงจำยิ่งใหญ่ที่เราทั้งหลายพึงสืบสานเจริญรอยพระยุคลบาท อันจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ สนองพระมหากรุณาธิคุณเป็นมงคลแก่ตนและเป็นพลังของแผ่นดินอย่างยั่งยืน ขอเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม อภิบาลบันดาลดล ให้ประเทศไทย และประชาชนชาวไทยผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์มีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง สมดังพระบรมราชปณิธานและมีความร่มเย็นเป็นสุข วัฒนาสถาพรตลอดไป
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 8 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:19 น. [แจ้งลบ]
น้อมรำลึกถึงคำสอนของพ่อร้อยเรียงเป็นบทเพลง “สองมือประนม”
“สองมือประนม” เพลงสั้นกลั่นจากความรู้สึกที่มีต่อ “ในหลวงรัชกาลที่9” โดย “แสตมป์” อภิวัชร์ นักร้องหนุ่มชื่อดังได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงเพลง “สองมือประนม” ว่า
“สองมือประนม” บทเพลงขนาดสั้นที่กลั่นจากความรู้สึกที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย บรรเลงเปียโนโดย สมิทธิ์ ปุญญะยันต์, อำนวยการสร้างโดย คุณ เสริมสิน สมะลาภา สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า นาย อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข”

เนื้อเพลง”สองมือประนม”
สองมือประนมจรดหว่างคิ้ว เงยขึ้นฟ้า
นึกดูดีๆ เราอยู่ตรงนี้เพราะใครที่เมตตา
โน้มตัว สู่ดิน กราบพื้นน้ำตาหลั่งริน เมื่อได้รับรู้ว่า ชีวิตนี้ข้าโชคดี แค่ไหน
สองมือประนมจรดหว่างคิ้ว เงยขึ้นฟ้า
นึกดูดีๆ เราอยู่ตรงนี้ เพราะใครที่เมตตา
โน้มตัว สู่ดิน กราบพื้นน้ำตาหลั่งริน เมื่อได้รับรู้ว่า ชีวิตนี้ข้าโชคดี แค่ไหน
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:20 น. [แจ้งลบ]
ความประทับใจแรกของ “ตูน บอดี้สแลม” เมื่อถึง “เบตง”
เตรียมเริ่มโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ” แค่ไปถึงเบตง จ.ยะลา จุดเริ่มการวิ่ง “ตูน บอดี้สแลม” ก็เจอช็อตประทับใจแล้ว
เตรียมเริ่มโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ”สำหรับ”ตูน บอดี้สแลม” หรือ อาทิวราห์ คงมาลัยนักร้องหนุ่มชื่อดัง ที่ล่าสุดเจ้าตัวพร้อมกับทีมงานได้เดินทางไปถึงอ.เบตง จ.ยะลา จุดเริ่มต้นในการวิ่งครั้งนี้ ซึ่งทันทีที่ไปถึง ตูน ก็เจอช็อตประทับใจเมื่อมีเด็กน้อย หอบเอากระปุกออมสินที่มีเงินเหรียญจำนวนหนึ่งมามอบให้ เพื่อร่วมสมทบทุนในโครงการนี้
โดย “ตูน” ได้โพสต์รูปกับน้องพร้อมกับแคปชั่นได้ภาพว่า “30/10/2017…”น้องภูเก็ต”…ใจดียกให้ทั้งกระปุกไปช่วยคุณหมอคุณพยาบาลและคนเจ็บป่วย . . . #กระปุกแรกของโครงการปีนี้ #คุณแม่น้องบอกธรรมดาน้องเป็นคนขี้เหนียวมาก555 . . . #ก้าว #ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ #ก้าวนี้เพื่อเป็นกำลังใจแด่คุณหมอคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน”
โครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ด้วยการบริจาคเงิน เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลน ที่ ตูน บอดี้สแลม จะออกวิ่ง จากสุดเขตแดนใต้ อ. เบตง จ.ยะลา ไปจนถึง เหนือสุดของประเทศ อ.แม่สาย จ. เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม. ผ่าน 20 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 25 ธ.ค. นี้
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 10 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:22 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ติดตามงานโครงการฝายบ้านเขาแดงพัฒนาฯ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโครงการก่อสร้างฝายบ้านเขาแดงพัฒนา ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ที่ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 เริ่มดำเนินการสร้างเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560และแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30กันยายน 2560เพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านเขาแดงพัฒนาที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตร โดยวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2560 เวลา 15.00 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุของคมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังโครงการฝายบ้านเขาแดงพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ โดยมีผู้แทนจากกรมชลทานรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน พร้อมกับเยี่ยมราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ ในครั้งนี้
โครงการฝายบ้านเขาแดงพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากราษฎรบ้านเขาแดงพัฒนา ได้มีหนังสือขอพระราชทานโครงการฝายทดน้ำคลองตาโนด เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค – บริโภค และการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรโดยปลูกมันสำปะหลัง ลำไย ข้าวโพด และเลี้ยงโคนมเป็นหลัก มีแหล่งน้ำต้นทุน ได้แก่ บ่อน้ำบาดาล และคลองตาโนด แต่ในช่วงฤดูแล้งจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเทศบาลตำบลทับช้างมีราษฎร รวม 18 หมู่บ้าน 5,617 ครัวเรือน รวม 16,295 คน พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขาด้านตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าไม้
เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ดำเนินงานก่อสร้างฝายเขาแดงพัฒนา จำนวน 1 แห่ง ขุดลอกหน้าฝายบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และขุดลอกคลองตาโนดระยะทางประมาณ 1,400 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของราษฎรที่เสียสละที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานครั้งนี้และเมื่อขุดลอกแล้วเสร็จทำให้เพิ่มความจุของปริมาณน้ำได้ถึง 80,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 2,000 ไร่
และด้วยพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการบำบัดทุกข์แก้ไขความเดือนร้อนให้กับปวงชนชาวไทย ณ วันนี้ราษฎรบ้านเขาแดงพัฒนา ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างสมบูรณ์ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และจากความร่วมมือเสียสละที่ดินของราษฎรเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และจะเป็นตัวอย่างในการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2560 11:23 น. [แจ้งลบ]
“…ประเทศไทย ถ้าสามัคคีกันดี
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล
เราเองจะเป็นที่ตั้งของ
ความมั่นคงผาสุกของราษฎร
ที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้….”
(พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี
60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง)
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 12 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:20 น. [แจ้งลบ]
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ หลายพันโครงการ ก็เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยแท้
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 13 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:26 น. [แจ้งลบ]
ในหลวงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เก่งมากที่สุดในทุกด้าน
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 14 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:29 น. [แจ้งลบ]
พระทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:31 น. [แจ้งลบ]
พระองค์ทรงเป็นหลักเสาใหญ่ ช่วยพยุง ค้ำจุนประเทศชาติให้อยู่อย่างมั่นคง
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:32 น. [แจ้งลบ]
ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 17 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:33 น. [แจ้งลบ]
เราคนไทยจงร่วมใจกัน สามัคคีทำดี เพื่อเทิดทูนไว้ซึ่งพ่อหลวงของแผ่นดินไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:34 น. [แจ้งลบ]
พ่อหลวง แม่ของแผ่นดิน ได้ให้ความรัก ความเมตตาแก่ปวงชนคนไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 19 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:36 น. [แจ้งลบ]
พระองค์คอยปัดเป่า บรรเทาทุกข์ให้เราประชาราฎร์ล้วนทั่วไทยมีสุข
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 20 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:37 น. [แจ้งลบ]
ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เท่านั้นที่จะทำให้ไทยได้อยู่เป็นชาติไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 21 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:39 น. [แจ้งลบ]
พระมหากษัตริย์ เป็นองค์ประมุขปกครองประเทศมาช้านาน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของเราชาวไทยทุกคน
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 22 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:40 น. [แจ้งลบ]
พระองค์ทรงเป็นมหาราชของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 23 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:42 น. [แจ้งลบ]
ให้ความรักสุดยิ่งใหญ่แด่ในหลวง อยู่ในทรวงประชาไม่ห่างไกล อยู่ในใจพวกเราตลอดไป
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 24 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:43 น. [แจ้งลบ]
กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 25 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:45 น. [แจ้งลบ]
น้ำพระทัยล้นฟ้า บารมีแผ่ไพศาล ภูมิพลแห่งราชวงศ์จักรี
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:47 น. [แจ้งลบ]
เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:48 น. [แจ้งลบ]
น้ำพระทัยล้นฟ้า บารมีแผ่ไพศาล ภูมิพลแห่งราชวงศ์จักรี
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:49 น. [แจ้งลบ]
ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:51 น. [แจ้งลบ]
ลูกขอกราบแทบเบื้องยุคลบาท ภูมิพล กษัตริย์เลิศในหล้า
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 30 เมื่อ 30 มีนาคม 2561 15:52 น. [แจ้งลบ]
ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า

1 2 3 4 5 6

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.baanmuang.com
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 43160
โทรศัพท์ 042-414872 โทรสาร 042-414871 อีเมล : banmuang_bm@hotmail.com, admin@baanmuang.com
Design by MIT : Songpol Puntadesh (www.facebook.com/nongkhaiphoto)
Engine by MAKEWEBEASY