รายการหลัก
      ข้อมูลทั่วไป
      วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่มหมายฯ
      โครงสร้าง อบต.บ้านม่วง
      คณะผู้บริหาร
      สำนักปลัด
      กองคลัง
      ส่วนโยธา
      กองการศึกษา ศาสนา และ
     วัฒนธรรม
      ฝ่ายนิติบัญญัติ
   หมู่บ้านในตำบลบ้านม่วง
      บ้านม่วง
      บ้านตาดเสริม
      บ้านวังมน
      บ้านภูเขาทอง
      บ้านหนอง
      บ้านโนนสว่าง
      บ้านห้วยค้อ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 5
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 49
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 166,537
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 Webboard
www.baanmuang.com > สอบถามข้อมูลทั่วไป และ ข้อมูลท่องเที่ยว > ร.๑๑ พัน.๓ รอ. ร่วมโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ร.๑๑ พัน.๓ รอ. ร่วมโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน (อ่าน 426)   
ฝขว.ร.๑๑ พัน.๓ รอ.
Guest
line2_phun3@hotmail.com
เมื่อ 4 มกราคม 2559 06:15 น.
ทุกข์ของราษฎร คือ ทุกข์ของพระองค์ท่าน
ฝกพ.ศปภอ.ทบ.๔
Guest
yakusaiinj@gmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 4 มกราคม 2559 14:32 น. [แจ้งลบ]
ขอให้จอมทัพไทยมีพลานามัยแข็งแรงเทอญ
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:09 น. [แจ้งลบ]
สดร. ตั้งกล้องโทรทรรศน์ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรวัตถุท้องฟ้าและทรงถ่ายภาพดาราศาสตร์จากซีกฟ้าใต้ ณ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรวัตถุท้องฟ้า ณ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต โปรดให้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งกล้องโทรทรรศน์ถวายและทรงถ่ายภาพดาราศาสตร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติซีกฟ้าใต้ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 ณ จังหวัดภูเก็ต

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ
หลังจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังดาดฟ้าอาคารชั้น 2 ซึ่ง สดร. เตรียมกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงและหักเหแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-14 นิ้ว จำนวนรวม 5 ตัว สำหรับทอดพระเนตรวัตถุท้องฟ้า ได้แก่ ดาวคู่แกมมา แอนโดรเมแด (γ And) อยู่ในกลุ่มดาวแอนโดรเมดา ห่างจากโลกประมาณ 350 ปีแสง ประกอบด้วยดาวสว่างสีส้ม และดาวที่ริบหรี่สีฟ้า กาแล็กซีแอนโดรเมดา (M31, NGC224) มีลักษณะเป็นรูปก้นหอยคล้ายกาแล็กซีทางช้างเผือก แต่ขนาดใหญ่กว่า อยู่ห่างออกไปราว 2.6 ล้านปีแสง และกระจุกดาวทรงกลม (M15) อยู่ในกลุ่มดาวม้าปีก ห่างออกไปประมาณ 35,000 ปีแสง ประกอบด้วยดาวฤกษ์มากกว่า 100,000 ดวง และทรงถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าซีกฟ้าใต้ ผ่านกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติชนิดสะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 นิ้ว ของสถาบันฯ ที่ติดตั้งอยู่ ณ หอดูดาวสปริงบรู๊ค รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ เนบิวลาทารันทูลา (Tarantula Nebula, NGC 2070) เป็นกลุ่มแก๊สไฮโดรเจนเรืองแสงอยู่ในเมฆมาเจลลันใหญ่ อยู่ห่างจากโลก 160,000 ปีแสง และมีขนาดราว 300 ปีแสง กาแล็กซีช่างแกะสลัก (Sculptor Galaxy, NGC 253) เป็นกาแล็กซีทรงกังหัน อยู่ห่างจากโลก 11.4 ล้านปีแสง และ กาแล็กซีกังหันมีคานใหญ่ (Great Barred Spiral Galaxy, NGC 1365) เป็นกาแล็กซีแบบกังหันมีคาน ปรากฏในกลุ่มดาวเตาหลอม ห่างจากโลก 56 ล้านปีแสง หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับแรมเวลาประมาณ 21.45 น. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเป็นล้นพ้น

สำหรับการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 (The 11th International Olympiad on Astronomy and Astrophysics : IOAA 2017) ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ โดยมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมจัดการแข่งขัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-21 พฤศจิกายน 2560 ณ จังหวัดภูเก็ต และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดการแข่งขันฯ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:23 น. [แจ้งลบ]
ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชุมแสงสงคราม และองค์การบริหารส่วนตำบลคุยม่วง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตรี สุริยนต์ เฉียงตะวัน พร้อมด้วยคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวม 1,371 ชุด
ด้วยทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมพัดผ่านและอิทธิพลของพายุโซนร้อนเซินกา ตาลัส ป่าข่า และทกซูรี ที่พัดผ่านจังหวัดพิษณุโลก ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ประกอบกับพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นเส้นทางรองรับน้ำจากจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ด้านเหนือ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนถูกน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย สำหรับอำเภอบางระกำมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 ตำบล 73 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 4,205 ครัวเรือน

ส่วนที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางเลน และวัดไชยนาราษฎร์ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก โยธิน ประยูรโภคราช พร้อมด้วยคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยเป็นการด่วน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวม 4,183 ชุด โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่ราษฎรที่เดินทางไปรับถุงพระราชทานด้วย โดย พลอากาศเอก โยธิน ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบอุทกภัยให้ทราบด้วย ซึ่งสร้างความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 4 อำเภอ 43 ตำบล 258 หมู่บ้าน 27,473 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์ในบางพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่อยู่ในที่ลุ่มยังถูกน้ำท่วมขังอยู่
.
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:24 น. [แจ้งลบ]
ค่ำวานนี้ หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่โปรดให้ไปออกหน่วยบริการตรวจรักษาราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ณ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬภรณ์ แล้วได้พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้บริจาคเงินสมทบมูลนิธิ พอ.สว., เครื่องหมายกรรมการ อนุกรรมการ, เครื่องหมาย พอ.สว. เข็มพระนามาภิไธย สว.และโล่ แก่ผู้แทนกรรมการ อนุกรรมการ และอาสาสมัคร

จากนั้น พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว. จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 51 เมื่อปี 2545 ที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดให้จัดตั้งขึ้นเฝ้า พร้อมกันนี้ได้มีพระดำรัสแก่สมาชิก พอ.สว.
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:30 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จไปยังศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร ตำบลตั้งใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าว ในการนี้ ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และจุดธูปที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย แล้วทรงจุดธูปหางปักเครื่องสังเวย ในพิธีทำขวัญข้าว ซึ่งเป็นประเพณีที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวนา โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดง “รำบูชาขวัญข้าว” โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

จากนั้น ทรงเกี่ยวข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 ร่วมกับข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สมาชิกของศูนย์ฯ นักเรียน และประชาชนจิตอาสาในโครงการเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์
สำหรับข้าวหอมมะลิ กข 15 เป็นข้าวที่มีคุณสมบัติไวแสง อายุการเก็บเกี่ยวสั้น อ่อนนุ่ม และมีกลิ่นหอม ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้ปลูก จำนวน 12 ไร่ เก็บเกี่ยวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว 7 ไร่ ให้ผลผลิต 574 กิโลกรัมต่อไร่ และคาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 6,888 กิโลกรัม โดยข้าวทั้งหมดทางศูนย์ฯ จะนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิกฯ และเกษตรกรที่ขาดแคลน และหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะปรับพื้นที่แปลงนาเตรียมปลูกดอกทานตะวัน และดอกไม้อื่น ๆ เช่น ดาวเรือง หงอนไก่ และคอสมอส หรือ ดาวกระจายฝรั่ง รวมถึง พืชผักผลไม้ และไม้เลื้อย เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว กล้วย บวบ และแฟง เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

ทั้งนี้ ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร จังหวัดสุรินทร์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มีพระดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรทุกด้าน แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ โดยให้ชุมชนเข้ามาเรียนรู้และมีส่วนร่วมด้วยการปฏิบัติจริง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:31 น. [แจ้งลบ]
กิจกรรม เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ของหน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสา วันนี้ได้ออกปฏิบัติงานทำความสะอาดคลองเปรมประชากร ช่วงถนนงามวงศ์วาน ถึงซอยวิภาวดี 27 ระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร โดยมีกำลังพลและประชาชนจิตอาสากว่า 1,400 คน แบ่งกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติงานทางบก 8 ชุด และทางน้ำ 2 ชุด ทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) และชุมชนโดยรอบ รวมถึงกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลภายในคลองเปรมประชากร โดยสนธิกำลังจากทุกภาคส่วนในการปรับปรุงภูมิทัศน์ รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน อาทิ การให้ข้อมูลความรู้ด้านสวัสดิการสังคม ให้บริการลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ให้ความรู้เรื่องยาเสพติดเพื่อให้ชุมชนตระหนักถึงปัญหาและร่วมกันแก้ไข รวมถึงให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขและแมวในชุมชน นอกจากนี้ยังได้แบ่งกำลังพลและประชาชนจิตอาสาไปปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม โดยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงได้เก็บพันสายไฟ ระบบสายสื่อสารต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:32 น. [แจ้งลบ]
คสช.เดินหน้า5โครงการเร่งรัดพัฒนาคลองใส5ปี
13 พ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมหารือเรื่องโครงการพัฒนาคลองแสนแสบสะอาดใสภายใน 2 ปี ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาเป็น 5 ปี เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และยังเป็นการพัฒนาเส้นทางการจราจรทางน้ำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ กทม.ด้วย

โดยแผนพัฒนาที่เร่งรัด 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.การก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียเพิ่มเติมที่ริมครองแสนแสบ ช่วงถนนวิทยุ – คลองตัน ซึ่งขณะนี้แผนแล้วเสร็จพร้อมเข้าสู่การประมูลในเดือน พ.ค.61 2.โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตห้วยขวาง ขณะนี้ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อวางแผนและออกแบบอยู่ คาดว่าจะเสร็จตามกรอบเวลาในวันที่ 27 พ.ค.61 3.โครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 ปัจจุบันเข้าสู่กระบวนการประมูลอยู่ ซึ่งจะใช้เวลาในกระบวนการนี้ประมาณ 15 เดือน และจะเริ่มก่อสร้างจริงในปี 63 4.โครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อรวบรวมระบบน้ำเสียคลองแสนแสบไปสู่ประตูระบายน้ำมีนบุรี – หนองจอก คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า และ 5.โครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กคลองแสนแสบ จากบริเวณสะพานผ่านฟ้า – ประตูระบายน้ำคลองตัน ขณะนี้จัดทำแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มก่อสร้างโครงการในปี 62
นอกจากนี้ จะมีแผนขุดลอกคูคลอง เพื่อให้พัฒนาระบบคุณภาพน้ำ ซึ่งจะขุดลอก 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ขุดลอกคลองครุ จากคลองลำเกร็ด – คลองแสนแสบ ความยาว 6,750 เมตร โดยความกว้างจะอยู่ที่ 8 – 10 เมตร ใช่เวลา 90 วัน ระยะที่ 2 ขุดลอกคลองลำเกร็ด จากคลองครุ – คลองบางชัน ความยาว 4,000 เมตร ความกว้าง 6 – 14 เมตร ใช้เวลา 90 วันเช่นกัน โดยที่ประชุมเห็นชอบแผนดำเนินการทั้งหมด และจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งหลังจากนี้
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 8 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:39 น. [แจ้งลบ]
“เดินตามรอยพ่อ”พระราชนิพนธ์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ..ประทับใจทุกครั้งที่ได้อ่าน
นิตยสาร National geographic ประจำเดือนตุลาคม ค.ศ.1982 ได้เทิดทูนในหลวง โดยลงบทความเรื่อง Thailand’s Working Royalty หมายถึง “พระราชกรณียกิจใหญ่หลวงนัก” ท้ายสุดได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่อง “เดินตามรอยเท้าพ่อ” โดยถ่ายทอด เป็นภาษาอังกฤษ
แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกอบพระราชณียกิจ ซึ่งคนไทยทุกคน ควรที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้


The Footstep of My Father
“ Through the dark jungle, very dense,
Which stretches out interminably , somber and immense…
I follow without stopping the footstep of my Father.
Oh Father, I am dying of hunger and I am tired.
Look! The blood is running from my two wounded feet…
Father! Will we arrive at our destination?
–Child!… On the earth there exists no place
Full of pleasure and comfort for you.
Our road is not covered with pretty flowers.
Go! Always,even if it breaks your heart.
I see the thornes prick your tender skin.
Your blood: rubies on the grass, near the water.
On the green shruberry, your tears dropped.
Diamonds on emerald, show their beauty.
For all the human race does not lose its courage
In the face of pain. Be tenacious and wise.
And be happy to have and ideal so dear.
Go! If you want to walk in the Footstep of your Father.”
………………………………….

เดินตามรอยเท้าพ่อ
“ ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุด
ผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ
แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืดและกว้าง
มีต้นไม้ใหญ่เหมือนหอคอยที่เข้มแข็ง
พ่อจ๋า… ลูกหิวจะตายอยู่แล้วและเหนื่อยด้วย
ดูซิจ๊ะ… เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก
ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า
พ่อจ๋า… เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม?
ลูกเอ๋ย… ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนดอกที่มีความรื่นรมย์
และความสบายสำหรับเจ้า
ทางของเรามิได้ปูด้วยดอกไม้สวยสวย
จงไปเถิด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า
พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนอ่อนของเจ้า
เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ
น้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว
เปรียบดั่งเพชรบนมรกตที่แสดงความงดงามเต็มที่
เพื่อมนุษยชาติ จงอย่าละความกล้า
เมื่อเผชิญกับความทุกข์ให้อดทนและสุขุม
และจงมีความสุขที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่า
ไปเถิด… ถ้าเจ้าต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ”
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:40 น. [แจ้งลบ]
8 พฤศจิกายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ ร.7
พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ขององค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ลำดับที่ 7 แห่งราชอาณาจักรสยาม ที่ทรงขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และทงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2มีนาคม พ.ศ. 2477 รวม ดำรงสิริราชสมบัติ 9 ปี ก่อนเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ด้วยเหตุนี้สกูปเอ็มไทย จึงขอนำพระราชประวัติรัชกาลที่ 7 เพื่อเป็นเกียรติแห่งพระองค์ท่านกันครับ
พระราชประวัติรัชกาลที่ 7
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเต็ม คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 7 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 ณ พระที่นั้งสุทธาศรีภิรมย์
พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาตามประเพณีขัตติยาราชกุมาร ต่อมาได้เสด็จไปศึกษาวิชาการที่ประเทศอังกฤษ เมื่อกรกฏาคม พ.ศ. 2449 ในขณะนั้น พระองค์มีพระชนม์มายุเพียง 13 พรรษา ทรงเริ่มรับการศึกษาในวิชาสามัญในวิทยาลัยอีตันซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชั้นหนึ่งของประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นพระองค์ทรงเข้าศึกษาต่อวิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยทหาร ณ เมืองวูลิช พระองค์ทรงได้รับยศเป็นนายพันโททหารบก ตำแหน่งราชองครักษ์
การขึ้นครองราช
เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว โปรดแต่งตั้งสภาอิรัฐมนตรีขึ้นให้มีหน้าที่ให้คําปรึกษาราชการและบริหารการเมือง โปรดให้ร่วมการศึกษาวิทยุคมนาคมกับต่างประเทศ พระองค์เริ่มจัดงบประมาณของประเทศขึ้นเพราะขณะนั้นได้เกิดเศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลก พระองค์เริ่มต้นตัดทอนงบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรกเหตุการณ์นี้เป็นมูลเหตุของการปฎิวัติใน ปีพ.ศ. 2475 ประองค์ทรงตัดทอนรายจ่ายของพระองค์เอง ข้าราชการที่รับราชการที่จนล้นงานก็ให้ออกจากกระทรวงทบวงกรมต่างๆ เป็นจํานวนมาก
การสละราชสมบัติ
หลังจากเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีไปเจริญทางพระราชไมตรีกับประเทศในแถบยุโรป พร้อมทั้งเสด็จประทับที่ประเทศอังกฤษ เพื่อทรงเข้ารับการผ่าตัดและรักษาพระเนตร ในการนี้ได้แต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างนี้พระองค์ยังทรงติดต่อราชการกับรัฐบาลผ่านทางผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งยังคงปรากฏข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหาข้อยุติกันได้ พระองค์จึงมีพระราชดำริที่จะสละราชสมบัติ…
ทรงเสด็จสวรรคต
หลังจากที่พระองค์ทรงสละราชสมบัติแล้ว พระองค์ยังคงประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ แต่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่เนื่อง ๆ อันเนื่องมาจากพระพลนามัยของพระองค์ไม่ทรงแข็งแรงมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดย พ.ศ. 2480 พระองค์ทรงพระประชวรมากด้วยโรคตัวบิดเข้าไปอยู่ในพระยกนะ (ตับ) แต่แพทย์ได้รักษาจนเป็นปกติ พระอาการประชวรของพระองค์กำเริบหนักขึ้นโดยลำดับตั้งแต่ธันวาคม พ.ศ. 2483 แต่ก็เริ่มทุเลาขึ้นเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 พระองค์เสด็จสวรรคตโดยฉับพลันด้วยพระหทัยวาย ขณะที่มีพระชนมายุ 47 พรรษา
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 10 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:42 น. [แจ้งลบ]
วันนี้( 17 ก.ค.2556) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แนะคนไทย ยึดเศรษฐกิจพอเพียง อย่ากู้จนหนี้ท่วมหัว ขอชาวนา อย่าขายนาให้ต่างชาติหากินข้าวไทย
ที่อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พร้อม ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เดินทางไปเยี่ยมชมนิทรรศการ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี จักรีวงศ์” ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนรวม 28 หน่วยงาน โดยนำเสนอโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ทรงพระราชทานต่อประชาชนชาวไทยจำนวน 4,350 โครงการ รวมทั้งพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ อันเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนไทยได้เข้าชมกัน
โดย ดร.สุเมธ กล่าวถึงการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ผ่านมาว่า พระองค์ทรงงานหนักอยู่พระองค์เดียวซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่ภารกิจของพระองค์ เนื่องจากในหลวงไม่ใช่ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ที่ต้องลงมาดูแลประชาชนโดยตรง โดยเห็นว่า สิ่งสำคัญในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่จำนวนโครงการในพระราชดำริ 4,350 โครงการ แต่คือ การให้ความรู้กับประชาชนในสิ่งที่พระองค์ ได้ถ่ายทอดให้อยู่กับประชาชนตลอดไป อีกทั้ง ในส่วนความรับผิดชอบสำหรับทหารนั้น ถือว่า เป็นส่วนสำคัญและมีหน้าที่ในด้านการพัฒนา เช่น พื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารก็มีทหารพัฒนาเข้าไปช่วยพัฒนาพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ
ดร.สุเมธ กล่าวว่า การที่คนไทยพยายามทำประเทศเกษตรกรรมให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมนั้น เป็นความพยายามที่ไม่ดูพื้นฐานความเป็นจริง เพราะคนไทยอยากรวย แต่สิ่งไหนที่ได้มาอย่างรวดเร็วก็มักหมดไปเร็วเช่นกัน และในอีกไม่นาน ประเทศไทยอาจเกิดสงครามแย่งพลังงานน้ำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญและมีค่าที่สุด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสอนให้อนุรักษ์พลังงานดังกล่าวมาตลอด ซึ่งการใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจน แต่ต้องรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีสติและพฤติกรรมของตัวเราเอง
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายคนวิจารณ์พระมหากษัตริย์ ใช้อำนาจอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งคนที่วิจารณ์โง่ ไม่รู้จริง เพราะความจริงแล้วพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ใช้ความรัก ความเมตตาดูแลประชาชน พระมหากษัตริย์ไม่ชอบพระราชทานเงิน เพราะเงินให้วันนี้ พรุ่งนี้ก็หมด แต่ท่านจะให้ปัญญากับความรู้ ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ของคนจน แต่ทุกคนในประเทศนี้สามารถทำไปได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ผบ.เหล่าทัพ ปลัดฯ ทหาร ผู้บริหารระดับสูง หรือแม้แต่ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็สามารถใช้ได้หมด
ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารประเทศก็ได้ โดยใช้ทางสายกลาง โดยเส้นทางสายกลางไม่ได้อยู่ที่สหรัฐฯ หรือ ลาว ทุกประเทศมีเส้นทางสายกลางเป็นของใครของมัน เพราะฉะนั้น ควรจะนำพระราชดำรัสไปตีความให้ดีว่า หมายความว่าอย่างไร สิ่งที่ยิ่งลักษณ์ต้องทำคือ national assistance ในการบริหาร คนไทยมักจะอาย ที่เราใช้ควายทำนา อย่าไปอาย เราต้องเป็นพญาควาย หรือที่เรียกว่าอหิงสา ถึงขนาดเสือยังไม่กล้าจะเข้าใกล้ บางคนก็มีคนไทยที่ไม่รักชาติ ขายควาย ขายนาให้กับพวกซาอุฯ มากินข้าวแทน ไม่ต้องไปกินน้ำมัน อยากให้ทุกคนใช้เหตุผลนำทางในการดำเนินการต่างๆ วันนี้เราใช้เงินเกินตัว อะไรก็กู้หมด ก็อยากขอเตือนว่า อยากให้สร้างภูมิคุ้มกันให้ดีอย่าประมาท
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:43 น. [แจ้งลบ]
ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
ความหมายของ “พระมหากษัตริย์” ตามรูปศัพท์ หมายถึง “นักรบผู้ยิ่งใหญ่” ถ้าจะถือตามความหมายที่ใช้กันอยู่ทั่วไปและความเข้าใจตามธรรมดาแล้วพระมหากษัตริย์ก็คือ พระเจ้าแผ่นดิน ในภาษาสันสกฤตคำว่า กษัตริย หมายถึงผู้ป้องกันหรือนักรบมีคำเรียกพระมหากษัตริย์หลายคำเช่น พระราชา หรือราชัน หมายถึง ผู้ชุบน้อมจิตใจของผู้อื่นไว้ด้วยธรรม จักรพรรดิ หมายถึง ผู้ปกครองที่ปวงชนพึงใจและเป็นผู้มีคุณธรรมสูง และใกล้เคียงกับคำว่า ธรรมราชา หมายถึง ผู้รักษาและปฏิบัติธรรมทั้งเป็นต้นเหตุแห่งความยุติธรรมทั้งปวง คำว่าพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระผู้เป็นผู้นำ หรือประมุขของประเทศ และคำว่า “พระเจ้าแผ่นดิน” หมายถึงพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าของแผ่นดิน
ไม่ว่าจะเลือกใช้คำใด คำว่า “ราชา” “กษัตริย์” “จักรพรรดิ” โดยความหมายแล้วน่าจะใช้เหมือนๆกัน อย่างไรก็ดีในสังคมไทยเรียกพระมหากษัตริย์ว่า “ในหลวง” “พ่อหลวง”“พ่อของแผ่นดิน” ความหมายก็คือเป็นผู้ปกครองที่เปรียบเหมือนพ่ออยู่เหนือเกล้าเหนือชีวิตซึ่งชนชาวไทยมีความจงรักภักดีชั่วกาลนาน
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยเราอยู่และคุ้นเคยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก พระมหากษัตริย์ ไทยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข สถาบันพระมหากษัตริย์จึงหมายถึงสถาบันสูงสุด โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความจงรักภักดี ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมอันประเสริฐ และทรงเป็นที่เคารพรักเทิดทูนอย่างสูงยิ่งของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

แกนหลักแห่งความมั่นคงของชาติ
แกนหลักแห่งความมั่นคงของชาติได้แก่ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

ความสำคัญของสถาบันทั้งสามปรากฎอยู่ในธงไตรรงค์ซึ่งเป็นธงชาติไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงริเริ่มให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ความหมายของธงไตรรงค์ไว้ดังนี้
แดง คือ โลหิตเราไซร้ ซึ่งยอมสละได้ เพื่อรักษาชาติศาสนา (แดงหมายถึงสถาบันชาติ)
ขาว คือ บริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายถึงพระไตรรัตน์ และธรรมคุ้มจิตใจ (ขาวหมายถึงสถาบันศาสนา)
น้ำเงิน คือ สีโสภา อันจอมประชา ธ โปรดเป็นส่วนพระองค์ (น้ำเงินหมายถึงสถาบันพระมหากษํตริย์)
สถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่อาจแยกจากกันได้ ตามคำกล่าวที่ว่า “พระมหากษัตริย์คู่ชาติ พุทศาสน์คู่ไทย”
ความหมายของสถาบันพระมหากษัตริย์

ความหมายของ “พระมหากษัตริย์” ตามรูปศัพท์ หมายถึง “นักรบผู้ยิ่งใหญ่” ถ้าจะถือตามความหมายที่ใช้กันอยู่ทั่วไปและความเข้าใจตามธรรมดาแล้วพระมหากษัตริย์ก็คือ พระเจ้าแผ่นดิน ในภาษาสันสกฤตคำว่า กษัตริย หมายถึงผู้ป้องกันหรือนักรบมีคำเรียกพระมหากษัตริย์หลายคำเช่น พระราชา หรือราชัน หมายถึง ผู้ชุบน้อมจิตใจของผู้อื่นไว้ด้วยธรรม จักรพรรดิ หมายถึง ผู้ปกครองที่ปวงชนพึงใจและเป็นผู้มีคุณธรรมสูง และใกล้เคียงกับคำว่า ธรรมราชา หมายถึง ผู้รักษาและปฏิบัติธรรมทั้งเป็นต้นเหตุแห่งความยุติธรรมทั้งปวง คำว่าพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระผู้เป็นผู้นำ หรือประมุขของประเทศ และคำว่า “พระเจ้าแผ่นดิน” หมายถึงพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าของแผ่นดิน
ไม่ว่าจะเลือกใช้คำใด คำว่า “ราชา” “กษัตริย์” “จักรพรรดิ” โดยความหมายแล้วน่าจะใช้เหมือนๆกัน อย่างไรก็ดีในสังคมไทยเรียกพระมหากษัตริย์ว่า “ในหลวง” “พ่อหลวง”“พ่อของแผ่นดิน” ความหมายก็คือเป็นผู้ปกครองที่เปรียบเหมือนพ่ออยู่เหนือเกล้าเหนือชีวิตซึ่งชนชาวไทยมีความจงรักภักดีชั่วกาลนาน

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยเราอยู่และคุ้นเคยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก พระมหากษัตริย์ ไทยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข สถาบันพระมหากษัตริย์จึงหมายถึงสถาบันสูงสุด โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความจงรักภักดี ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมอันประเสริฐ และทรงเป็นที่เคารพรักเทิดทูนอย่างสูงยิ่งของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ
แนวคิดสถาบันพระมหากษัตริย์

พระมหากษัตริย์แต่เดิมมีแนวคิดสองประการคือ ถือว่าพระมหากษัตริย์คือ หัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดกับหมู่คณะและประการที่ สองคือ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐในทางการเมืองหรือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด โดยเฉพาะในยุโรปมีความเชื่อในเรื่องลัทธิเทวสิทธิ์ (Divine right of King) และถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยและมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ รวมทั้งมีอำนาจโดยสมบูรณ์(Absolute)
สำหรับประเทศไทยแนวคิดในเรื่องพระมหากษัตริย์เริ่มปรากฏชัดเจนในยุคกรุงสุโขทัยโดยใช้คำว่า “พ่อขุน” ราษฎรมีความใกล้ชิดกับองค์พระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นเรียกว่าพ่อขุนก็พร้อมที่จะช่วยประชาชน โดยประชาชนที่ร้อนอกร้อนใจก็สั่นกระดิ่งเพื่อร้องขอให้พิจารณาอรรถคดีต่างๆ ได้ ทุกวันพระก็ชักชวนข้าราชบริพารและหมู่เหล่าปวงชนพร้อมใจกันฟังเทศน์รับพร ประชาชนใกล้ชิดผู้ปกครองใช้หลักครอบครัวมาบริหารรัฐและใช้หลักศาสนาเข้าผูกใจคนให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ดังนั้นพ่อขุนหรือพระมหากษัตริย์ในสมัยสุโขทัยนั้นจึงเรียกว่า“อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ” หมาย ถึงพระมหากษัตริย์ที่ประชาชนและเหล่าอำมาตย์เลือกพระองค์ขึ้นปกครองประเทศ อย่างไรก็ดีในช่วงการเปลี่ยนแผ่นดินและศูนย์กลางความเจริญย้ายลงมาทางใต้ อาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเริ่มเจริญขึ้นการแพร่ของแนวคิดต่างๆ ที่อยู่รอบๆ อาณาจักรใหม่ทั้งจากชาติตะวันตกที่เข้ามาค้าขายและชนชาติเขมรหรือขอมก็เข้าสู่แนวคิดเรื่องพระมหากษัตริย์ในช่วงนี้แนวคิดเรื่องพระมหากษัตริย์จึงมีการผสมผสาน ดังนั้น พระมหากษัตริย์จึงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพ่อขุนแต่เป็นบุคคลที่เป็นคนสร้างชาติ รวมแผ่นดิน แนวคิดทั้งฝรั่ง และเขมรจึงทำให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจใจการปกครองสูงสุดดุจได้รับเทวสิทธิ์ และขณะเดียวกันพระมหากษัตริย์ทรงใช้หลักการปกครองโดยมีหลักศาสนากำกับเพราะพระมหากษัตริย์มีนิติราชประเพณี ทศพิธราชธรรม และทรงมีพระมโนธรรมกำกับนอกจากนี้พระมหากษัตริย์ไทยยังทรงอยู่คู่กับราษฎรไทยเสมอมา
ปัจจุบันรัฐธรรมนูญเกือบจะทุกฉบับรับรองฐานะของพระมหากษัตริย์ว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยองค์พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้” ฐานะของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยก็คือ ทรงเป็นประมุขของประเทศและยังทรงใช้อำนาจอำนาจอธิปไตยทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์

ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศตลอดมา พระมหากษัตริย์ของไทยได้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ได้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ได้ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความเจริญมั่นคงก้าวหน้าในด้านต่างๆ บางพระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติด้วยความกล้าหาญและเสียสละ อาทิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บางพระองค์ได้ทรงดำเนินวิเทโศบายที่ชาญฉลาดทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชอธิปไตยไว้ได้จนทุกวันนี้ เช่นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช
ชาติไทยของเรามีการวิวัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มรวมชาติรวมแผ่นเดิน ก่อร่างสร้างเมืองตั้งแต่ อดีต จนมาเป็นประเทศชาติทุกวันนี้ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์สถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นสถาบันที่อยู่ในหัวใจของประชาชน เป็นสถาบันที่เคารพ สักการะเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงชนชาวไทยทุกๆ คน ผู้ใดหรือใครจะมาล่วงเกินพระราชอำนาจไม่ได้ ในสมัยสุโขทัยสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนพ่อของประชาชนฐานะของพระองค์ เป็นพ่อขุน มีความใกล้ชิดประชาชน พอเข้าสมัยกรุงศรีอยุธยาฐานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นสมมุติเทพหรือเป็นเทวดาโดยสมมุติและทรงมีพระราชอำนาจในการปกครองทรง เป็นองค์อธิปัตย์สูงสุดในการปกครองบ้านเมือง ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยหลักธรรมะโดยมีทศพิธราชธรรม และธรรมะหลักสำคัญต่างๆ ในการปกครองจนทำให้ไพร่ฟ้าประชาราษฏ์อยู่เย็นเป็นสุข ทรงครองราชย์ป้องเมือง ทำนุบำรุงบ้านเมือง ศาสนา และสังคมมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย พระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ก็มิทรงเสื่อมถอย แต่สถาบันพระมหากษัตริย์กลับเป็นที่เคารพสักการะจากประชาชนมากเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 12 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 14:49 น. [แจ้งลบ]
ในหลวงของเรา
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือ กปร.เขียนไว้
ในหนังสือ ใต้เบื้องพระยุคลบาท ยืนยันได้เป็นอย่าง ชัดเจนกับสมญานามเบื้องต้น โดย ดร. สุเมธ กล่าวว่า……………
ในโลกนี้ มีสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ประมาณ 10 กว่าสถาบัน ผมกล้าเรียนในที่นี้ว่า ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไหนในโลกนี้
ที่จะทรงงานให้กับประชาชน เท่ากับพระมหากษัตริย์ไทย คืออยู่ในสถานะที่เป็นผู้ให้บริการรับใช้ประชาชนไทย
ถึงแม้ว่าจะเป็นประมุขของประเทศแต่เมื่อคิดดูลึกซึ้งจริงๆ แล้ว ทรงบริการและรับใช้ประชาชน จริงๆ
ในหนังสือ ใต้เบื้องพระยุคลบาท ยังได้พูดถึงพระจริยาวัตรอันงดงามของพระองค์อีกอย่างหนึ่ง ที่ผมเห็นว่าเป็นแบบอย่างที่ดีต่อประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ยิ่งในภาวะบ้านเมืองระส่ำระสาย ข้าวยากหมากแพงเงินทองฝืดเคือง
เพราะถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานอย่างนี้ แนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ยิ่งดูมีคุณค่าอย่างมหาศาล ในยามที่ประชาชนชาวไทยไร้ที่พึ่งสิ้นหวังกับสภาพความเป็นอยู่ของบ้านเมือง ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ภาครัฐ รณรงค์
ให้ประชาชนช่วยกันประหยัด งดใช้ของนอก อุดหนุนของไทยเพื่อไม่ให้เงินตราไหลออกนอก ซึ่งทำให้ประชาชน
ตื่นตัวกันพักใหญ่ แต่ก็ทำกันได้ลุ่มๆ ดอนๆ ครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก ไม่นานก็หันกลับมาใช้นิสัยเดิมๆ เช่นเคย จะมีใครรู้บ้างไหมว่า
“พ่อหลวง”ของชาวไทยพระองค์นี้ ทรงยึดมั่นการประหยัด อดออม มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์แล้ว แม้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ก็ไม่เคยละทิ้ง
ซึ่งถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหนก็ตาม
ดร.สุเมธเล่าว่า ….บางที เราประกาศโครมๆ ให้ประหยัดพวกเราก็ออกมาประหยัดครูอาจารย์ก็สอนให้ประหยัด
แต่ก็อดไม่ได้ เดี๋ยวก็ซื้อเสื้อ ซื้อผ้า แก้วแหวน เงิน ทอง แต่ปรากฏว่าเมื่อดูเข้าไปลึกซึ้งจริงๆ ดูให้อย่างมีประโยชน์แล้ว
ไม่มีอะไรจำเป็นจริงๆ เลย.. พระองค์ท่านทรงเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดูแค่ฉลองพระบาทเป็นต้น พวกตามเสด็จฯ ทั้งหลายใส่รองเท้านอก
และยิ่งมาจากต่างประเทศใส่แล้วนุ่มเท้าดี พระองค์กลับทรงรองเท้าที่ผลิตในเมืองไทย คู่ละร้อยกว่าบาท สีดำเหมือนอย่างที่นักเรียนใส่กัน แม้กระทั่งพวกเรายังไม่ซื้อใส่กันเลย
ดูสิ…..พระมหากษัตริย์ซื้ออะไรก็ได้ อย่าดูพระองค์เฉยๆ แต่มองให้ละเอียดถี่ถ้วน เราจะเกิดความประทับใจในพระองค์ฉลองพระองค์ปีแล้วปีเล่า 6-7 ปี ก็เป็นองค์นั้น ผมจำได้มีอยู่ 3 องค์ มีสีเทา แล้วก็ลายๆ สีน้ำตาล และก็อีกองค์หนึ่งสีน้ำเงิน
วันหนึ่งเป็นการละลาบละล้วงมาก ที่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ในพระราชวังเป็นการส่วนพระองค์
ก็นั่งถวายงาน ทรงฉลองเสื้อเชิ้ตปรากฏว่าคอเสื้อเชิ้ตของพระองค์ ซึ่งเป็นเรา เราคงทิ้งแล้ว ทรงใช้นาฬิกาเรือนละไม่กี่ร้อยบาท ทรงใช้ดินสอปีหนึ่งกองกลางในพระองค์
ท่านผู้หญิง มรว. บุตรี บอกผมมา ว่าปีหนึ่งพระองค์เบิกดินสอ 12 แท่ง เดือนละแท่งใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปทิ้งของท่านนะ ทรงกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่าง เป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างนี้มีค่าสำหรับพระองค์หมด ทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง
จะสั่งให้เราปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ….
นี่เป็นแบบอย่างเพียงเศษเสี้ยว ของพระจริยาวัตรของพระองค์ ซึ่งถ้าหากคนไทยมีจิตสำนึกในเรื่องของการประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อโดยไม่จำเป็น รับรองได้เลยว่า บ้านเราเมืองเราจะไม่เป็นอยู่อย่างที่เห็น และจะอยู่รอดปลอดภัยประชาชนไม่ยากจน
ที่สำคัญที่สุดเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝรั่งจนเป็นขี้ข้าเขาเหมือนอย่างเช่นปัจจุบัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าควรจะพิจารณาอย่างถ่องแท้
แล้วดำเนินตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ ประเทศชาติจะได้อยู่ดีมีสุข พระองค์ก็จะทรงเหนื่อยน้อยลงด้วย
ไม่มีพระมหากษัตริย์ใดจะให้และยิ่งใหญ่เท่าพระมหากษัตริย์ไทยอีก แล้ว และ วันนี้ท่านทำอะไรเพื่อพระองค์แล้วหรือยัง
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 13 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:01 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าอยู่หัวของคนไทย เสด็จไปเยี่ยมพสกนิกรทุกที่ ใกล้ ไกล ทุรกันดารเพียงใด บางพื้นที่เสี่ยง พระองค์ก็เสด็จไป พระองค์ท่านรักพสกนิกร ทรงทราบว่า เพียงท่านเสด็จไป คนไทยก็จะมีกำลังใจมากล้น
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 14 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:05 น. [แจ้งลบ]
วันเฉลิมพระชนมพรรษา : วันแห่งความรักและความผูกพัน
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:07 น. [แจ้งลบ]
กษัตริย์นักพัฒนาบูรณาการปัญหานํ้า
มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องหันมาร่วมแรงร่วมใจกันหาวิธีบูรณาการ ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำรอยเดิม
การใช้ความรู้อย่างบูรณาการที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมให้กับคนไทยทั่วทั้งแผ่นดินได้ประจักษ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแบบอย่างที่ดี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรากฏในหนังสือ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา” ในหลาก หลายแง่มุม
“หลักกว้างๆของพระองค์คือ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรว่ามีสิ่งอะไรที่ควรปรับปรุงได้ดีกว่านี้ ทำประโยชน์ให้เจริญรุ่งเรืองได้มากขึ้นกว่านี้ หรือประชาชนยังมีปัญหาความทุกข์ในพื้นที่แบบนี้ จะทำอย่างไร…
โดยพระองค์จะทรงใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้ว หรือหากยังทรงไม่มีความรู้ในสิ่งที่คิดว่าสำคัญพระองค์ก็จะทรงหาความรู้ โดยทรงศึกษาและสนทนากับผู้รู้ต่างๆ แล้วนำมาประยุกต์ปรับปรุง ด้วยความตั้งพระราชหฤทัยที่จะทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน
พระองค์เองจะทรงลำบากเดือดร้อนอย่างไร ก็ทรงไม่สนพระทัย ถ้าทรงเห็นว่าดีแล้วก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะทำ หากว่ามีปัญหาหรือใครมาว่า ก็ทรงต้องมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่ว่าพอมีปัญหาก็หลีกเลี่ยงไป…”
สิ่งสำคัญ นักพัฒนา ต้องเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ถ้าคอรัปชันหรือโกงเสียเองแล้วก็จะเป็นที่เกลียดชัง ผู้อื่นไม่ไว้ใจหรือไม่เป็นตัวอย่างที่ดี
ทรงบริหารความเสี่ยง ด้วยการทดลองก่อน… “พระองค์ตรัสเสมอว่า ถ้ายังไม่ดีจริง ไม่ให้ประชาชนนำไปทำแล้วต้องรับผลแห่งความผิดพลาดหรือรับกรรม…” เกี่ยวกับการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ แม้ว่าจะพระราชทานสัมภาษณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2554 ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ถึงวันนี้ผ่านมาครึ่งปีแล้วก็ยังเข้ายุคเข้าสมัย
“…มีเพื่อนนักเรียนมาบอกว่าไม่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงช่วยอะไรคนกรุงเทพฯ เลย คือจริงๆแล้วพระองค์ทรงช่วย อย่างเรื่องน้ำท่วม ตั้งแต่ทำเขื่อนป่าสัก น้ำก็ไม่ท่วมหนักอย่างเก่า…ที่เราต้องปีนออกทางหน้าต่างหรือปีนต้นไม้ไปทำงานแล้วใช้ไดรโว่ก็ไม่มีแล้ว ตอนนั้น หลานกำลังจะเกิดแล้วฉันเป็นคนแต่งห้องให้เขาใหม่ สั่งทำม่าน ต้องเอาม่านใส่เรือพายมาที่สวนจิตรฯ สมัยนั้นท่วมขนาดนี้ ตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ พระองค์ก็เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเอง รถพระที่นั่งไปเสียกลางทาง พระองค์ทรงขับไปถึงซอยอ่อนนุช เพื่อทอดพระเนตรน้ำ แต่กรุงเทพฯนี่ดูลำบากเพราะมีลักษณะภูมิประเทศแบน”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯทอดพระเนตรทั้งสถานที่จริงและใช้แผนที่ประกอบ แผนที่หมายถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว จะเป็นหนังสือ เป็นแผนภาพ ชาร์ต หรือเป็นอะไรที่มีการบันทึกไว้ ทอดพระเนตรว่าเขาเขียนไว้ถูกหรือผิดอย่างไร แล้วทรงปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม
อันนี้นับเป็นข้อมูลอย่างหนึ่งเรียกว่า ข้อมูลจากเอกสาร คือ Literature Review ทรงดูจากเอกสารที่มีอยู่ และทรงสำรวจเอง เมื่อทรงสำรวจเสร็จก็มาทรงมีพระราชดำริว่าควรจะทำอย่างไร
“เดี๋ยวนี้แปลกนะ เกิดภัยธรรมชาติขึ้นบ่อยกว่าแต่ก่อน ลูกเห็บใหญ่เกือบเท่าโทรศัพท์มือถือ พอตกลงมาต้นไม้ตายหมด ต้องปลูกใหม่ ร้านส้มตำ ตู้ใส่ผักล้มครืนไปทั้งตู้ ก็ต้องเข้าไปช่วย
ตอนที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ มีหลายหน่วยงานเข้าไปช่วย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ซึ่งมีหน้าที่ตรงนั้นก็เข้าไปช่วย ส่วนของมูลนิธิชัยพัฒนาก็เข้าไปช่วยหลายอย่าง ตัวฉันเองคุมอยู่ 5ทีม ให้ไปตรวจในเรื่องต่างๆ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชน”
บางครั้งไปต่างประเทศ ไม่ต้องมีองครักษ์มาคอยรักษาความปลอดภัย ให้องครักษ์ออกไปดูแลช่วยเหลือคนที่ประสบภัยน้ำท่วม แล้วก็ติดตามงานทางอีเมล์ “เขาจะอีเมล์มารายงาน ฉันก็อีเมล์ส่งต่อให้ ด็อกเตอร์สุเมธฯ และคนที่เกี่ยวข้อง งานก็ยังเดินไปได้”
ตั้งแต่จำความได้ ฉันคุ้นหูอยู่กับคำสองคำคือการพัฒนากับการทำบุญกุศล มีผู้ให้อรรถาธิบายว่า ถ้าอยากช่วยแล้วบริจาคเงินหรือสิ่งของ โดยไม่ได้หวังว่าจะมีผลกำไรอย่างไรเกิดขึ้นเรียกว่า “ทำบุญ” แต่ถ้าหวังว่าสิ่งที่ดำเนินการจะเจริญก้าวหน้าต่อไปเรียกว่า “พัฒนา”
การพัฒนามีหลายด้าน ต้องทำกันอย่างต่อเนื่องและมักต้องใช้เวลานาน จากการมีโอกาสตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในการเสด็จพระราชดำเนินในท้องถิ่นต่างๆตั้งแต่ยังเยาว์วัย ได้มีโอกาสทำงานพัฒนาอย่างจริงจัง ได้ข้อคิดบางประการที่สำคัญในด้านการพัฒนา คือ
“การพัฒนาประเทศ…(ปฏิรูป) ให้ทันสมัย ต่างจากการสร้างประเทศตามแบบอย่างตะวันตก และการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่ยั่งยืนอาจจะก่อปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา เช่น การเพาะปลูกใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เป็นพิษจำนวนมากเกินพอดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งคนและสัตว์ในบริเวณนั้น อาจจะทำให้ดินเสีย เพาะปลูกไม่ได้มากเท่าเดิม เป็นการผลิตหรือทำการแบบที่เรียกกันว่า…รวยแล้วเลิก”
ส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน คำศัพท์เดิมเรียกว่า “วัฒนาถาวร” หมายถึงการพัฒนาที่บุคคลจะได้ประโยชน์ต่อเนื่องในระยะยาว ไม่สูญเสียทรัพยากรมากเกินไป โดยการพัฒนาจะต้องสมดุลกับการอนุรักษ์ เช่น ในการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ต้องดูว่าจะเสียทรัพยากรอื่นๆที่ควรรักษาไว้หรือไม่อย่างไร เป็นต้น
สมเด็จพระเทพฯรับสั่งว่า งานพัฒนาเป็นงานระยะยาว ชั่วชีวิตคนหนึ่งก็ทำไม่เสร็จ ต้องช่วยกันทำในแต่ละช่วง คนใหม่ก็ต้องฟังจากคนเก่า เช่น สมุดแผนที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้กรมแผนที่พิมพ์ขึ้นนั้นก็จะเห็นแผนที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ที่ทำในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อจะเป็นแนวคลองต่างๆ ว่าระบบที่ทำไว้นั้น สอดคล้องกับระบบของธรรมชาติอย่างไร ถ้าจะทำอะไรต่อและทำตามแนวนั้นก็จะทำให้งานไปในแนวเดียวกัน วางเป้าหมายความสำเร็จได้ ไม่มีน้ำไหลกลับขวางทาง เป็นต้น
เพราะดูจากแผนที่เก่าก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าน้ำจากที่ไหนไปลงคลองไหน จากไหนไปต่อไหน เป็นสภาพอย่างไรหรือระบบการชลประทานในทุ่งรังสิตสมัยนั้น ท่านวางระบบแนวคลองมาอย่างไร อันนี้ก็จะช่วยได้ในการพัฒนา
กษัตริย์นักพัฒนา ทรงงาน 365 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง“พระองค์ก็คงทรงเหนื่อยเหมือนกัน…แต่ทรงไม่บ่น พระองค์ทรงฟังคลื่นวิทยุหลายเครือข่ายถึงทรงรู้ว่ามีน้ำท่วม ไฟไหม้ตรงไหน มีอะไรพระองค์ก็ทรงให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ตรงนี้คงไม่เรียกว่าพัฒนา เป็นบรรเทาสาธารณภัยมากกว่า…เดี๋ยวนี้ก็ยังทรงทำอยู่เลย พระองค์ทรงงานแบบนี้จนรู้สึกว่าเป็นชีวิตประจำวันของพระองค์ ตรงไหนที่พระองค์เสด็จฯไหวก็จะเสด็จฯ”
แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ก็ยังทรงงานเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรอยู่ตลอดเวลา ทรงมีพระราชดำริแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลศิริราชที่หนาแน่นมากทั้งทางบกและทางน้ำ…“พระองค์จะทรงมอบหมายให้ตำรวจไปดูตามจุดต่างๆ คำนวณการเลี้ยวของรถ และสำรวจจุดจราจรที่สำคัญๆ เช่น ตามอนุสาวรีย์ สี่แยก หรือวงเวียนต่างๆ ว่าควรจะออกแบบถนนให้มีรูปร่างแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ ตรงไหนควรมีสะพาน หรือควรมีอะไร เพื่อให้การจราจรเคลื่อนตัวอย่างลื่นไหล”
ทั้งหมดเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักพัฒนาทุกคนต้องมีและหยัดยืนเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ.
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:09 น. [แจ้งลบ]
เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ไม่ใช่หน้าที่ของพระองค์เลย แต่พระองค์ก็ทรงทำ เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์อยู่ด¬ีกินดี มีความสุข เคยมีอีกเรื่อง มีถนนอยู่สายหนึ่ง ซึ่งมีรถวิ่งมากมาย ทำให้คนที่ข้ามถนน ถูกรถชนบ่อยๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้า่อยู่ห¬ัวทรงทราบเรื่อง ก็มิได้นิ่งนอนพระราชหฤทัย ได้ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพร¬ะองค์ในการก่อสร้างสะพานลอย ทำให้คนข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย จริงๆ เรื่องนี้น่าจะเป็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พระองค์ มิได้ทรงนิ่งเฉยๆ เลย พระองค์ท่านทรงงานตลอด ทรงทราบข้อมูล และติดตาม และหาวิธีแก้ไข ในอนาคตด้วย
17 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจ¬ากน้ำเป็นอย่างดี ประกอบกับสายพระเนตรที่ยาวไกล จึงมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรูปแบ¬บต่าง ๆ เพื่อราษฎรของพระองค์
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 17 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:12 น. [แจ้งลบ]
น้ำพระทัยของท่านประเสริฐสุด ๆ หาที่ใดเปรียบได้ ทรงทำเพื่อลูก ๆ ของพระองค์อยู่ดีกินดี มีความสบาย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:14 น. [แจ้งลบ]
ในหลวงท่านห่วงใยประชาชนของท่าน¬มากแค่ไหน คนไทยทั้งหลายย่อมทราบดีไม่ว่าจ¬ะรู้จากทีวี หรือจากอินเตอร์เน็ต ท่านเสด็จไปดูน้ำด้วยพระองค์เอง¬ในตอนกลางคืนซึ่งไม่มีใครคาดคิด¬แน่นอนในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอน้อมถวายพระพรให้พระองค์มีพระ¬พลานัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตลอด¬ไป
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 19 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2560 15:16 น. [แจ้งลบ]
พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของแหล่¬งน้ำธรรมชาติในต่างจังหวัดและคล¬องต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เพราะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และเป็นที่ระบายน้ำในยามน้ำหลาก ป้องกันน้ำท่วมได้ เราควรร่วมกันดูแลแหล่งน้ำในธรร¬มชาติ คลองต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ให้สะอาดและปราศจากขยะเพื่อให้น¬้ำระบายได้ดีในยามน้ำท่วม
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 20 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:19 น. [แจ้งลบ]
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 21 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:26 น. [แจ้งลบ]
ในหลวงทรงเป็นที่รักของคนทั่วประเทศในชาติ
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 22 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:28 น. [แจ้งลบ]
ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่าแนวทางพระราชดำริในพระองค์ เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผลเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 23 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:31 น. [แจ้งลบ]
ปฐพีพื้นดินที่เคารพ ขอน้อมนบพระบิดาของชาติไทย ผู้สั่งสอนกายาและจิตใจ ขอเทิดไท้พระมิ่งขวัญองค์ราชันย์
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 24 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:32 น. [แจ้งลบ]
กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 25 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:33 น. [แจ้งลบ]
ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:33 น. [แจ้งลบ]
รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:35 น. [แจ้งลบ]
ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:37 น. [แจ้งลบ]
ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:38 น. [แจ้งลบ]
ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
โจนาธาน
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 30 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 13:40 น. [แจ้งลบ]
พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม



Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.baanmuang.com
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 43160
โทรศัพท์ 042-414872 โทรสาร 042-414871 อีเมล : banmuang_bm@hotmail.com, admin@baanmuang.com
Design by MIT : Songpol Puntadesh (www.facebook.com/nongkhaiphoto)
Engine by MAKEWEBEASY