รายการหลัก
      ข้อมูลทั่วไป
      วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่มหมายฯ
      โครงสร้าง อบต.บ้านม่วง
      คณะผู้บริหาร
      สำนักปลัด
      กองคลัง
      ส่วนโยธา
      กองการศึกษา ศาสนา และ
     วัฒนธรรม
      ฝ่ายนิติบัญญัติ
   หมู่บ้านในตำบลบ้านม่วง
      บ้านม่วง
      บ้านตาดเสริม
      บ้านวังมน
      บ้านภูเขาทอง
      บ้านหนอง
      บ้านโนนสว่าง
      บ้านห้วยค้อ
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 26
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 30
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 157,947
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 Webboard
www.baanmuang.com > สอบถามข้อมูลทั่วไป และ ข้อมูลท่องเที่ยว > ร.๑๑ พัน.๓ รอ. ขอโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ร.๑๑ พัน.๓ รอ. ขอโพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน (อ่าน 419)   
ฝขว.ร.๑๑ พัน.๓ รอ.
Guest
line2_phun3@hotmail.com
เมื่อ 4 มกราคม 2559 06:19 น.
ในหลวงทรงเป็นที่รักของคนทั่วประเทศในชาติ และทรงเป็นแบบอย่างในด้านต่างๆแก่คนไทย
ฝกพ.ศปภอ.ทบ.๔
Guest
yakusaiinj@gmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 4 มกราคม 2559 14:31 น. [แจ้งลบ]
ขอให้จอมทัพไทยมีพลานามัยแข็งแรงเทอญ
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 13:52 น. [แจ้งลบ]
รู้รักสามัคคีเพื่อคนดีของประเทศไทย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 14:06 น. [แจ้งลบ]
ธรรมะของพระราชา สู่ความสำเร็จของ ฟาร์มอินทร์แปลง
จากเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุเพียง 14 ปี ‘เบส’ นายปฏิวัติ อินทร์แปลง ได้เขียนจดหมายขอพระราชทานวัวนม จากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ใน ‘โครงการมอบวัวแก่เกษตรกร’ เขาเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตของครอบครัว ที่มีเพียงเขาและแม่ที่ทำอาชีพเลี้ยงวัว รีดนมวัวขาย จากวัวที่ตามอบให้มาเพียง 1 ตัว เป็นต้นทุนในการเลี้ยงชีพ และเขาก็ได้รับพระราชทานวัวนม 1 ตัว ที่นอกจากจะสร้างความปลื้มปิติให้กับเขาแล้ว มันยังเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้เขายึดอาชีพเกษตรกรเลี้ยงวัวนมมาจนทุกวันนี้
‘เบส’ บอกว่า จากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ เขามีวัวทั้งหมด 55 ตัว เขาก็ยังยึดแนวทางการดำเนินชีวิตตามคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เขาเติบโตด้วยการพึ่งพาตนเอง และรู้จักการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อถามว่า ‘เบส’ พึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตแบบพอเพียงอย่างไร เขาอธิบายว่า การทำอาชีพเกษตรกรของเขา เรื่องแรกที่มอง ไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่เป็นเรื่องของการสร้างฟาร์มให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่วนเรื่องเงินหรือรายได้ มองเป็นเรื่องที่ 2 บางงานที่ถูกนำเสนอเข้ามา เป็นงานที่มีรายได้เยอะจริง แต่ถ้าเขารับทำ ก็มีรายได้เพียงทางเดียว แถมยังคุมอะไรไม่ได้เลย ซึ่งเสี่ยงและไม่ยั่งยืน แบบนั้นเขาก็จะไม่รับ การบริหารฟาร์มของเขา ต้องสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง อย่าง น้ำนมดิบที่เขาได้มาวันละ 500 กิโลกรัม เขาสามารถบริหารช่องทางการสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้ทั้งหมด
“แรก ๆ ผมก็ส่งน้ำนมดิบให้กับโรงงานของสหกรณ์โคนม แต่ 3 ปีหลัง ผมเปลี่ยน เพราะฟาร์มเราอยู่ไกลจากสหกรณ์ เรามาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องเดินทางไกลล เราเลยเริ่มทำตลาดเองที่ชุมพร และเริ่มพัฒนาสู่การแปรรูปน้ำนมดิบ ด้วยการนำมาทำชีส ทำเนย ทำนมพาสเจอไรซ์รสต่าง ๆ โดยการไปเพิ่มเติมความรู้จากการเทกคอร์สสั้น ๆ”
‘เบส’ เล่าอีกว่า ตอนเรียนจบ ม.6 เขามีโอกาสได้อ่านหนังสือ “ธรรมะ จากพระเจ้าแผ่นดิน” หนังสือที่รวบรวมคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เรื่องที่เขาสนใจมาก คือ เรื่องของการพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ และสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ ง่าย ๆ เลย ที่ยกตัวอย่างได้ คือ เรื่องของฟาร์มที่ปลอดของเสีย “ทำทุกอย่างที่ใช้-ใช้ทุกอย่างที่ทำ”
“เอามูลวัวมาทำปุ๋ยและทำก๊าซชีวภาพ นำมาทำพลังงานใช้ภายในฟาร์ม น้ำเสียก็ส่งต่อไปให้เกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ส่งให้กับฟาร์มของเรา เพื่อใช้รดน้ำ การเรียนรู้เรื่องราวนี้มันง่ายมาก เพียงแต่เกษตรกรต้องเข้าใจแก่นแท้ของมัน อยู่ที่เจ้าของฟาร์มจะมีมุมมองในการบริหารฟาร์มอย่างไร แต่ธรรมชาติของเกษตรกรไทยยังชอบทำตาม ๆ กัน ไม่คิดต่าง ในหลวงบอกให้เราคิดอย่างมีเหตุมีผล ต้องรู้จริง ศึกษาอย่างถ่องแท้ และเรียนรู้ตลอดเวลา”

เกษตรกรหนุ่มคนนี้ บอกว่า เขาไม่ได้เรียนการตลาด หรือ การบริหาร มาจากที่ไหน แต่เขาได้ความรู้มาจากหนังสือ “ธรรมะจากพระเจ้าแผ่นดิน” รวมทั้งหลักคำสอนต่าง ๆ ของพระองค์ท่าน ที่เขาศึกษาจนถึงแก่นแท้ ทำความเข้าใจ แล้วนำมาปฏิบัติ
ตอนนี้ ‘เบส’ สามารถสร้างรายได้จากน้ำนม มูลวัว น้ำเสีย และการเลี้ยงลูกวัวขาย ซึ่งทั้งหมดเป็นรายได้ที่เกื้อกูลกัน เขาสามารถพัฒนาการผลิตแปรรูป สร้างรายได้จากน้ำนมวัว ทั้งจากน้ำนมดิบ นมพาสเจอไรซ์ ที่มีทั้งหมด 6 รสชาติ ที่ทำตลาดทั้งที่ชุมพร หาดใหญ่ ภูเก็ต สมุย กรุงเทพฯ และมีบางส่วนที่ทำตลาดในเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีโยเกิร์ตที่ไม่ผสมน้ำตาลและไอศกรีมเจลาโต้
ขณะนี้ เขาได้พัฒนาไปสู่การสร้างคอนแทร็กต์ฟาร์ม ซึ่งมีเข้ามาร่วมแล้ว 2 ฟาร์ม โดยคัดเลือกจากเกษตรกรที่มีทัศนคติพร้อมที่จะพัฒนาไปด้วยกัน พร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพื่อทำให้อาชีพคนเลี้ยงวัว หรือ ฟาร์มโคนม เติบโตได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดของ ‘เบส’ คือ การมีโรงงานเป็นของตัวเอง และผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพให้กับเด็กไทย โดยเริ่มต้นจากชุมพร บ้านเกิดของเขาก่อน เขาตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี จะมีแม่วัว 200 ตัว คอนแทร็กต์ฟาร์มอีก 10 ฟาร์ม มีโรงงานของตัวเอง แล้วเดินหน้าทำตามความฝันอย่างเต็มที่
จากเมื่อหลายปีก่อนที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาฟาร์มโคนม และฟาร์มโคนมก็สามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรของพระองค์ได้ หากเกษตรกรรู้จักวางระบบบริหารที่ถูกต้อง ทำไมที่ประเทศอื่นจึงมีการทำฟาร์มในแค่บางพื้นที่ แต่ประเทศไทยสามารถทำได้ทั่วประเทศ เรื่องเหล่านี้รัฐบาลควรให้การสนับสนุน ช่วยโฆษณารณรงค์ให้คนไทยดื่มนม หากรัฐบาลดำเนินการจริงจัง มองเห็นโอกาสของคนไทยเช่นสายพระเนตรอันกว้างไกลของพ่อหลวงของคนไทย อาชีพฟาร์มโคนมจะสดใสกว่านี้อีกมากมาย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 14:08 น. [แจ้งลบ]
แปรความโศกเศร้า เป็นพลังแห่งแผ่นดิน
“ออกทุกข์” หรือภายหลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 และพระราชพิธีต่างๆที่เกี่ยวข้องสิ้นสุดลง ทุกหน่วยราชการ และบริษัทห้างร้านเริ่มเก็บผ้าดำผ้าขาวที่ประดับตกแต่งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่ประดิษฐานมายาวนาน กว่า 1 ปี และวันนี้ส่วนใหญ่คงจะเก็บหมดแล้ว
ตามท้องถนน ตามสถานีรถไฟฟ้า ตามป้ายรถเมล์ หรือศูนย์การค้าต่างๆ เราคงจะเห็นผู้คนสวมเสื้อชุดที่มีสีสันหลากสีกันมากขึ้น สำหรับผมเองขอสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับสีอื่นๆ หลังจากสวมเสื้อสีดำสลับขาวมา 1 ปีเศษๆ สีเหลืองเป็นสีประจำพระชนมวารของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เพราะประสูติในวันจันทร์ทั้ง 2 พระองค์ การสวมเสื้อสีเหลืองไปสักระยะหนึ่ง จึงเป็นการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพร้อมๆกับการก้าวเดินสู่รัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 10อีกทั้งสีเหลืองยังเปรียบได้กับสีทองคำ ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรือง ถึงความโชติช่วงชัชวาลย์จากนี้ไปเราพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน้า โดยแปรความโศกเศร้าความอาลัย ความอาดูรจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นพลังแห่งแผ่นดิน ผมเห็นด้วยกับพาดหัวในข้อเขียนหน้า 3 ของทีมการเมืองไทยรัฐ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ว่า “แปรความอาลัยเป็นพลังแผ่นดิน” ขออนุญาตหยิบยืมมาเป็นชื่อเรื่องของคอลัมน์ผมในวันนี้ พร้อมกับเติมคำลงไปอีกเล็กน้อย ตลอดเวลา 1 ปีเศษๆที่ผ่านมา แม้ในหัวใจปวงประชาชนชาวไทยจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยอาวรณ์อย่างสุดพรรณนาได้ แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยมีความเข้มแข็ง มีความอดทน และมีความสามารถในการเอาชนะความเศร้าโศกได้อย่างดียิ่ง ขณะเดียวกันก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีขึ้นในทุกแห่งหนของประเทศ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายๆปีมานี้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน ปรับทุกข์ผูกมิตรซึ่งกันและกัน ปลอบโยนกัน ให้กำลังใจกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ภาพของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ห่วงหาอาทรและช่วยเหลือเจือจานซึ่งกันและกันเกิดขึ้นที่โน่นที่นี่ คำว่า “จิตอาสา” กลายเป็นคำที่คนไทยคุ้นเคย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อตลอด 1 ปีที่แล้วทุกแห่งทุกที่เต็มไปด้วยคำปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี เราจะทำความดี เราจะรู้รักสามัคคีตามรอยพระยุคลบาทของพ่อแห่งแผ่นดิน เราได้เรียนรู้คำสอนของพ่ออย่างละเอียดทั้งทฤษฎี ทั้งปรัชญา เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการดำรงตนในทุกๆระดับ เราสัญญากันว่า เราจะทำตามที่พ่อสอน จะมุมานะ จะอดทนอดกลั้น และขยันขันแข็ง เหมือนที่พ่อทรงปฏิบัติให้เราเห็นมาตลอดเวลาที่พระองค์ท่านทรง “ครองแผ่นดินโดยธรรม” ฯลฯ และ ฯลฯ ผมหวังว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ ซึ่งได้เกิดขึ้นและสั่งสมอยู่ในจิตสำนึกของคนไทยมาตลอด 1 ปีเต็มๆ จะตกผลึกกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะฝังอยู่ในจิตใจของคนไทยไปโดยตลอดนับตั้งแต่วันนี้ถ้าจะว่าไปแล้วหลายๆเรื่องที่เป็นความดีความงามนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับประเทศไทย หรือคนไทยเราเลย แท้จริงเคยเกิดขึ้นกับคนไทยและสังคมไทยมานานนักหนาแล้วด้วยซ้ำ เพิ่งจะมาย่อหย่อนจนถึงขั้นหายไปในยุคที่บ้านเมืองเรามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระแสเศรษฐกิจ กระแสความโลภ เข้ามาครอบคลุมจิตใจของคนไทยจนลืมความดีเก่าๆไปเสียเกือบหมด บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับไปสู่ยุคสมัยแห่งความดีงามด้วยการแปรเปลี่ยนความโศกเศร้าเสียใจที่มีต่อการจากไปของ “พ่อ” ให้กลับมาเป็น พลังแผ่นดิน ดังเช่นพระนามของ “พ่อ” อีกครั้ง พลังที่จะนำประเทศชาติอันเป็นที่รักของพ่อและของพวกเราทุกคนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต.
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 14:10 น. [แจ้งลบ]
น้ำทิพย์ชโลมใจ
ภาวะหัวใจสูญสลาย บังเกิดขึ้นทั่วแผ่นดินในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
สายฝนที่โปรยมาลง แดดที่ร้อนแรง ไม่ได้ทำให้ปวงประชาชนย่อท้อ ทั้งที่อยู่ในบริเวณมณฑลพิธีที่จับจองล่วงหน้าข้ามคืนข้ามวัน รวมถึงใน สถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศรอบบริเวณสถานที่ จัดไว้ในการถวายดอกไม้จันทน์
ไม่เพียงแต่เป็นประวัติศาสตร์ของพระราชพิธีที่บังเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้เท่านั้น แต่หมายรวมถึงเป็นประวัติศาสตร์แห่งโลกก็ว่าได้ หัวใจทุกดวงหนักอึ้ง หมองหม่น จากความรักและอาลัย ภาพความงดงามในมณฑลพิธี ภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงร่วมนำในพระราชพิธี เผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทั่วทุกอาณาแว่นแคว้น ประดับไว้ในใจของมหาชน ทุกนาทีที่ปรากฏหมายถึงการหล่อหลอมรวมความรักในแผ่นดิน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่พระผู้ที่สวรรคตล่วงลับไป พระกรณียกิจ พระจริยวัตร เวียนกลับมาปรากฏในหัวใจอีกครั้ง พระปฐมบรมราชโองการเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์นานนับเกือบศตวรรษ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ผุดเด่นเรืองรอง น้ำตา ความอาลัย หัวใจสูญสลาย ยากกลับคืน แต่ในความโศกเศร้า เหมือนมีน้ำทิพย์ ชโลมใจให้ปวงประชา จากศราทธพรตเทศนา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกศราทธพรตเทศนา เป็นคำพระธรรมเทศนาในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แสดงอนิจจลักษณะความไม่เที่ยง และให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท อันเป็นเอกอุธรรมปัจฉิมโอวาท แห่งองค์สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าศราทธพรตธรรมที่สมเด็จพระสังฆราชทรงเทศนา มีเนื้อหากระชับ กินความลึกซึ้ง ให้ประชาชนชาวไทยน้อมนำดำเนินตามรอยพระบาทด้วยการปฏิบัติบูชา สร้างชีวิตอยู่ดีมีสุข พึ่งพาตนเอง เป็นพลเมืองดี โดยหากทรงทราบด้วยพระญาณวิถี ย่อมสร้างความอิ่มเอมในพระราชหฤทัย ธรรมะอันเป็นสำคัญก็คือ สติ ที่เกิดกับจิตที่ดีงามทุกประเภทตั้งแต่ทาน ศีล และอบรมความสงบของจิต กระทั่งก้าวไปสู่มหาสติในการอบรมเจริญปัญญา ทำความเห็นให้แจ้ง เห็นความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระสติระลึกรู้ จึงทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างสง่างามทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยปัญญา พระองค์ทรงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทในชีวิต บุญญาธิการจึงไพบูลย์ ควรที่เราทั้งหลาย จักเร่งทำประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม ตามรอยพระยุคลบาท ให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาท เพื่อพระผู้เสด็จจากไป จักได้ทรงอิ่มพระราชหฤทัยว่า กตํ กรณียํ กิจอันต้องกระทำ ได้ทำเสร็จแล้ว และย่อมทรงบันเทิงทิพยารมณ์อย่างมิต้องสงสัย กราบอนุโมทนาสาธุการ ศราทธพรตธรรม ดั่งธรรมทิพย์ชโลมใจ ให้มีหลักพึ่งพิง มีสติ ปัญญา
น้อมนำปฏิบัติบูชาตามรอยพระยุคลบาทตลอดไป
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 14:57 น. [แจ้งลบ]
กิจที่จะทำคำที่จะพูด...ผิดหรือถูก “...ความคิดนั้นสำคัญมากถือได้ว่าเป็นแม่บทใหญ่ของคำพูดและการกระทำทั้งปวง กล่าวคือถ้าคนเราคิดดีคิดถูกต้องทั้งตามหลักวิชาและคุณธรรม คำพูดและการกระทำก็เป็นไปในทางที่ดีที่เจริญแต่ถ้าคิดไม่ดีไม่ถูกต้อง คำพูดและการกระทำก็อาจก่อความเสียหายทั้งแก่ตัวเองและส่วนรวมได้ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่บุคคลจะพูดจะทำสิ่งใดจำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนว่า กิจที่จะทำคำที่จะพูดผิดหรือถูกเป็นคุณประโยชน์หรือเป็นโทษเสียหาย เป็นสิ่งที่ควรพูดควรกระทำหรือควรงดเว้นเมื่อคิดพิจารณาได้ดังนี้ ก็จะสามารถยับยั้งคำพูดที่สมควรหยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง พูดและทำแต่สิ่งที่จะสัมฤทธิ์ผลเป็นคุณเป็นประโยชน์และเป็นความเจริญ...” (พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย๙กรกฎาคม๒๕๔๐)
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 15:00 น. [แจ้งลบ]
นายกฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานคำแนะนำ
“นายกฯ” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานคำแนะนำ ขอบคุณคนไทยร่วมจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิง ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า บัดนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์ และสมพระเกียรติด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยพร้อม เพรียง เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สนองพระมหากรุณาธิคุณตราบ ถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา ตามคตินิยมโบราณที่ว่า “ขอร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” รัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานคำแนะนำอันทรงคุณค่า และทรงวินิจฉัยปัญหาในทางปฏิบัติจนขจัดคลี่คลายอุปสรรค สามารถดำเนินการต่อไปได้ในหลายเรื่องด้วยความเรียบร้อยทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายและประชาชน ทั้งในเรื่องอาหารการกินดินฟ้าอากาศ การสัญจรการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และการมีส่วนร่วมในพระราชพิธี ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สร้างพระ เมรุมาศจำลองขึ้นในทุกจังหวัดและพระราชทานหีบ ไฟหลวงจากพระหัตถ์เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เชิญไปเป็นต้นเพลิงพระราชทาน ณ ทุกจังหวัดและในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการหลายครั้ง เสด็จไปทอดพระเนตรและทรงติดตามงานทุกด้านอย่างใกล้ชิด พระราชทานคำแนะนำต่าง ๆ มาโดยตลอด และด้วยพระบารมีของทั้งสองพระองค์งานพระราชพิธีจึงสำเร็จลงได้ด้วยความเรียบ ร้อย สง่างาม สมพระเกียรติ และยังเป็นประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม อีกด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้ อีกประการหนึ่งรัฐบาลและคณะกรรมการอำนวยการจัดงานขอขอบคุณสถาปนิก วิศวกร จิตรกร ปฏิมากร ช่างศิลปกรรมทุกแขนง ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคเอกชน ช่างราชสำนัก ช่างสิบหมู่ ช่างพื้นบ้าน หรืออาสาสมัครที่ต่างได้บรรจงจัดสร้าง ตกแต่ง ประดับประดา หรือบูรณะซ่อมแซม ทั้งในส่วนของพระเมรุมาศ ราชรถ มหัคฆภัณฑ์ทั้งหลายที่ใช้ในการพระราชพิธีและภูมิทัศน์อย่างประณีตบรรจง นับว่าเป็นการชุมนุมงานฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดแห่งศิลปกรรมอันวิจิตรอลังการทุกแขนง และเป็นที่ซาบซึ้งพระทัย และประทับใจของ พระประมุข พระราชวงศ์ ประมุข ผู้นำรัฐบาลนานาประเทศที่มาร่วมงานพระราชพิธีตลอดจนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจได้ รับการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมไปทั่วโลก “รัฐบาลขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเตรียมงาน การฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ การต้อนรับ ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจำนวนกว่าสิบล้านคนที่หลั่งไหลกันมากราบ ถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักรโดยเฉพาะในอาณา บริเวณพระเมรุมาศ พระเมรุมาศจำลองและซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง จนการพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง ทั้งขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาทั่วไป และอาสาสมัครที่ต่างเสียสละช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเป็น กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างดี ที่นับว่าสำคัญยิ่งคือ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกที่ ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมในส่วนของตน และปฏิบัติตาม คำเชิญชวนหรือร้องขอของทางราชการซึ่งจำเป็นต้องกำหนดขึ้นเพื่อความเป็น ระเบียบเรียบร้อยตลอดจนสื่อมวลชน นักกีฬา ศิลปิน ทั้งนี้เป็นเพราะเราทั้งหลายต่างมีศูนย์รวมจิตใจร่วมกัน มีหัวอกเดียวกัน จึงปรารถนาจะพูดและทำอย่างที่คิดเห็นตรงกัน คือการทำความดีอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ” นายกรัฐมนตรี กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ บริเวณสถานที่ที่เคยใช้เป็น พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2560 รวมเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนจะมีการรื้อถอนต่อไป รัฐบาลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปชมนิทรรศการดังกล่าวอันจะแสดงให้เห็นถึง องค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดจนพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งจะได้เก็บบรรยากาศประวัติศาสตร์นี้ไว้ในความทรงจำเพื่อบอกกล่าวแก่ลูก หลานสืบไป “พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน งานพระบรมศพเสร็จสิ้นลงแล้วดอกไม้จันทน์ที่เราวางเพื่อถวายราชสักการะได้เผา มอดไหม้หมดแล้วดอกดาวเรืองนับล้าน ๆ ต้นทั่วประเทศอาจเริ่มร่วงโรย แถบผ้าดำขาวแสดงความอาลัยได้ปลดออกแล้วแต่พระบรมราโชวาท ศาสตร์พระราชา และคำสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริร่วมสี่พันโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยังคงดำเนินการต่อไปสิ่งเหล่านี้จะ เป็นความทรงจำยิ่งใหญ่ที่เราทั้งหลายพึงสืบสานเจริญรอยพระยุคลบาท อันจะเป็นพระบรมราชานุสรณ์ สนองพระมหากรุณาธิคุณเป็นมงคลแก่ตนและเป็นพลังของแผ่นดินอย่างยั่งยืน ขอเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม อภิบาลบันดาลดล ให้ประเทศไทย และประชาชนชาวไทยผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์มีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า อย่างเข้มแข็ง สมดังพระบรมราชปณิธานและมีความร่มเย็นเป็นสุข วัฒนาสถาพรตลอดไป” นายกฯ กล่าว
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 8 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:36 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารโรงเลี้ยงนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ทรงเปิดงานวันนิทรรศการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประจำปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้อาจารย์ และนักเรียนนายร้อย สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสถาบัน ต่อกองทัพบก และประเทศชาติ และเพื่อส่งเสริมให้นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ที่สนใจ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ การนำเสนอผลงานวิจัย รวมถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ โดยมีสถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 39 หน่วยงาน ร่วมนำเสนอผลงานวิชาการและผลงานวิจัย
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการเทคนิคการเตรียมน้ำดินพื้นบ้าน และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา, หุ่นยนต์ทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา, การพัฒนา CANSAT หรือ ดาวเทียมกระป๋อง ในประเทศไทย, การสำรวจพลอยขั้วโลกใต้ และพลอยในพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าไปอบรมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอัญมณีแก่สถาบันการศึกษา และสมาชิกกลุ่มเครื่องเงินจังหวัดแพร่ เพื่อให้นำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์, การศึกษาความเป็นไปได้ในการตรวจหาวัตถุระเบิดทีเอ็นทีในภาคสนาม โดยใช้เทคนิคการวาวแสงและการศึกษาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
เวลา 17.05 น. เสด็จลง ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายอรรณพ กันทาธรรม นายกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ นำผู้แทนสถาบันการศึกษา ผู้แทนสายการบิน สมาชิกสมาคมฯ ผู้สนับสุนนสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายทุนเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ และบัตรโดยสารเครื่องบิน เพื่อพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:41 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จไปยังศูนย์ฝึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ทรงเปิดค่ายฉลอง 60 ปี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ไทย รวมใจสร้างคนดีสู่สังคม ซึ่งสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายนนี้
ในโอกาสที่ดำเนินงานพัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรีมาครบ 60 ปี โดยจัดกิจกรรมค่ายพักแรมให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมฉลอง 60 ปี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ไทยด้วยการเป็นคนดีของสังคม นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา และครูจาก 8 ประเทศสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ไทย, บังกลาเทศ, ลาว, พม่า, ปากีสถาน, มัลดีฟส์, ฟิลิปปินส์ และสหราชอาณาจักร รวม 1,100 คน
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชุดรำเซิ้งอีสาน, รำอัปสรา และกันตรึม จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการ “การพัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวชนสตรี” กิจกรรมของศูนย์ฝึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนอกจากการจัดกิจกรรมค่ายพักแรม และอบรมครูผู้บำเพ็ญประโยชน์แล้ว ยังเป็นแหล่งทดสอบการปลูกไม้ยืนต้น และไม้ผลชนิดต่าง ๆ รวมถึงดำเนินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีวิตที่ยั่งยืน ร่วมกับศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎร เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับชุมชน

สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งเมื่อปี 2500 เป็นองค์กรเอกชนสาธารณกุศล มีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรีให้เป็นพลเมืองดีมีประโยชน์ต่อสังคม โดยการสร้างโอกาสให้เด็กได้ฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้นำที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ฝึกให้มีทักษะเพื่อการดำรงชีวิตที่เหมาะสม และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตามคติพจน์ “เตรียมพร้อมเสมอ” และฝึกให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ก่อนเสด็จกลับทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 10 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:42 น. [แจ้งลบ]
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง พร้อมคณะ เดินทางไปยังโครงการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ตำบลบางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามการดำเนินงานอ่างเก็บน้ำหุบตาหวัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงรับไว้เมื่อปี 2554 โดยสำนักงาน กปร. ร่วมกับกรมชลประทาน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สร้างอ่างเก็บน้ำหุบตาหวัด พร้อมอาคารประกอบและระบบท่อส่งน้ำ ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทุ่งไทร ฟื้นฟูระบบนิเวศเหนืออ่างเก็บน้ำ ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และจัดทำฝายชะลอความชุ่มชื้น ทำให้ราษฎรบ้านดอนตะเคียน บ้านทุ่งไทร และบ้านหนองคล้า 531 ครัวเรือน มีแหล่งน้ำสำรองสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ทั้งยังฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำฯ ให้กลับคืนความสมบูรณ์ เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ราษฎรมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรป่าไม้ในท้องถิ่น

จากนั้น ไปฟังบรรยายสรุปโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย อำเภอบางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2547 สรุปความว่า จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงชุมพร มีปริมาณน้ำในลำห้วยต่าง ๆ จำนวนมากที่ไหลลงทะเล ทำให้กรมชลประทานวางแผนสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ และเพิ่มช่องระบายน้ำผ่านถนนและคลองระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยด่วน โดยได้ขุดคลองผันน้ำที่จะเข้าสู่ตัวเมืองบางสะพาน คือ คลองแม่รำพึง และขุดลอกคลองธรรมชาติ เพื่อผันน้ำที่จะผ่านตัวเมืองให้ไหลออกสู่ทะเลโดยตรง และจัดทำพัฒนาในภาพรวมทั้งหมด ประกอบด้วย การปรับปรุงขุดลอกและขุดขยายคลองบางสะพาน คลองผันน้ำฝั่งขวา และฝั่งซ้าย พร้อมสร้างอาคารควบคุมบังคับน้ำและอาคารประกอบ และสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเพื่อเก็บกักน้ำ ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่ปี 2560-2568
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:43 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ไปยังอาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หอประชุมกองทัพเรือ ในการประทานปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีการศึกษา 2559 ประกอบด้วย ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาล และวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสถาบันสมทบมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปีการศึกษา 2559 รวม 3,790 คน ในการนี้ ประทานรางวัลแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิตที่ได้คะแนนสูงสุดตลอดหลักสูตร และมีความประพฤติดี อาจารย์พยาบาล พยาบาลที่ปฏิบัติงานระยะเวลานานและดีเด่น พยาบาลดีเด่นของกระทรวงสาธารณสุข และข้าราชการที่ได้รับรางวัลดีเด่น
โอกาสนี้ มีพระโอวาทความว่า “วิชาความรู้ทางพยาบาลศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยวิทยาลัยต่าง ๆ ในสังกัด ได้จัดการเรียนการสอนนั้น นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ทั้งการดูแลรักษา และการส่งเสริมสุขภาพ บัดนี้ ท่านทั้งหลายต่างได้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ถือเป็นผู้มีวิชาความรู้ทางการพยาบาลและสาธารณสุขดีพอ ที่จะนำไปใช้ปฏิบัติงานด้านบริการสุขภาพได้ ทุกคนเมื่อมีงานทำและมีภาระหน้าที่รับผิดชอบแล้ว จึงควรตั้งใจมุ่งมั่นพยายามใช้วิชาความรู้ที่ศึกษาสำเร็จมา ให้เกิดคุณประโยชน์อย่างแท้จริงต่อการปฏิบัติงานด้านบริการสุขภาพ ด้วยความพินิจพิจารณาไตร่ตรอง ความเสียสละ และความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ที่ขอรับบริการ หากทุกคนมีความตั้งใจมุ่งมั่นทำได้ดังนี้ ก็จะช่วยส่งเสริมแต่ละคน ให้สามารถปฏิบัติงานด้านบริการสุขภาพได้อย่างมีหลักวิชา และมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นผลเกื้อกูลให้ประชาชนในบ้านเมืองเรา มีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีโดยทั่วกัน”
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 12 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:45 น. [แจ้งลบ]
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธาณสุข อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทูบีนัมเบอร์วัน ประจำปี 2561 ในฐานะประธานโครงการฯ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานโครงการระหว่างหน่วยงาน โอกาสนี้ พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่คณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ ที่เข้ารับตำแหน่งใหม่

จากนั้น ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินโครงการฯ สำหรับผลการดำเนินงานโครงการฯ ในปี 2560 ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมสมาชิกทูบีนัมเบอร์วัน ในจังหวัดภูมิภาค 15 จังหวัด และเขตกรุงเทพมหานคร 5 เขต เพื่อกระตุ้นการดำเนินงานให้ได้ผลดีและกว้างขวางขึ้น มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ To Be Number One Dancercise เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและความฉลาดทางอารมณ์, การจัดประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี To Be Number One Idol เพื่อพัฒนาต่อยอดสมาชิกให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี, การจัดตั้งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าตนเอง รวมถึงจัดบริการศูนย์เพื่อนใจทูบีนัมเบอร์วัน และจัดค่ายพัฒนาสมาชิกทูบีนัมเบอร์วันสู่ความเป็นหนึ่ง, การจัดประกวดผลงานทูบีนัมเบอร์วัน ซึ่งในปี 2560 มีจังหวัดและชมรมร่วมประกวดผลงาน ทั้งสิ้น 585 แห่ง เพิ่มจากปี 2559 ร้อยละ 6.2

สำหรับความสำเร็จของโครงการฯ ในโอกาสครบ 15 ปี จากการวิจัยประเมินผล พบว่า มีผลสำเร็จหลายด้าน อาทิ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ช่วยให้สมาชิกมีพฤติกรรมเกเรลดลง มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง โดยประธานโครงการฯ มีส่วนผลักดันและเสริมสร้างผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของโครงการฯ ทำให้สมาชิกมีทัศนคติที่ดีต่อประธานโครงการฯ ทรงเข้าใจเด็กและวัยรุ่น นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่าสมาชิกชมรมมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวให้เพื่อนและคนใกล้ตัวเลิกใช้ยาเสพติด มีหน่วยราชการโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลพื้นที่ชมรมมากขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมีส่วนผลักดันให้กิจกรรมชมรมทูบีนัมเบอร์วันประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
ในการนี้ พระราชทานแนวทางและแผนดำเนินงานโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ประจำปี 2561
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 13 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:46 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านโคกสว่าง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี ทรงเปิด “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เป็นอาคาร 2 ชั้น 8 ห้องเรียน ที่นายชนะ สิงสัจจะกุล และ นายจันทร์ซิงห์ รัตนโกวิทย์ พร้อมครอบครัวสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 และเพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเก่าที่ใช้งานมากว่า 50 ปี
จากนั้น ทอดพระเนตรการเรียนการสอน อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้องเด็กอนุบาล และห้องพยาบาล โรงเรียนบ้านโคกสว่างเปิดสอนตั้งแต่ปี 2502 ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวม 202 คน ที่ผ่านมาได้น้อมนำโครงการด้วยรักและห่วงใย ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน เน้นด้านการเกษตร พบว่าสามารถปลูกผัก เลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ และเป็ดเทศ ประสบผลสำเร็จดี ผลผลิตที่ได้นำไปประกอบอาหารกลางวันเพียงพอบริโภคตลอดภาคการศึกษา

โอกาสนี้ มีพระราชดำริให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่รับผิดชอบดูแลกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร หรือ กพด. เข้าไปอบรมให้ความรู้เรื่องการจดบันทึก ทำสถิติข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย เพื่อประเมินภาวะโภชนาการได้อย่างถูกต้อง รวมถึงให้ความรู้ด้านต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของ กพด. เป็นการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ บูรณาการทั้งด้านสุขภาพอนามัย การศึกษา การอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น เมื่อประสบผลสำเร็จแล้วจึงขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของ กพด. สามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชน และช่วยพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศให้เข้มแข็งได้อย่างต่อเนื่อง มีโรงเรียนในสังกัด ตชด., สพฐ., กทม., กศน., โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 800 โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมใจน้อมนำไปปฏิบัติและประสบผลสำเร็จแล้ว
เวลา 11.08 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านนามั่ง ตำบลบ้านยวด อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ที่โรงเรียนเข้าร่วมโครงการและน้อมนำมาปฏิบัติ โดยโรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2482 เข้าร่วมโครงการด้วยรักและห่วงใย ในปี 2533 เพื่อส่งเสริมนักเรียนทุกคนให้ได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นประจำทุกวัน ปัจจุบันเปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 269 คน ครู 13 คน โดยผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2559 มีผลการสอบโอเน็ตสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับชาติ ในรายวิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ อาทิ การเสริมสร้างสุขภาพของเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา, สุขาน่าใช้, เด็กไทยฟันดี, เสริมไอโอดีน และการออกกำลังกาย เพื่อลดการเกิดภาวะทุพโภชนาการ จากนั้น ทอดพระเนตรการเรียนการสอนห้องเรียนต่าง ๆ อาทิ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนชั้นอนุบาล มีการจัดกิจกรรมสร้างพัฒนาการเสริมทักษะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก
สำหรับการแปรรูปอาหาร กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานีเข้ามาถ่ายทอดความรู้การทำกล้วยตาก, มะขามแช่อิ่ม, กล้วยทอด และไข่เค็มใบเตย แก่นักเรียน ซึ่งผลผลิตที่นำมาแปรรูปเป็นผลผลิตที่ปลูกภายในโรงเรียน และนำมาจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียนต่อไป และมีโครงการฝึกอาชีพนักเรียน เพื่อสร้างแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต
โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีกิจกรรมการเพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกกล้วยน้ำว้า ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ปลูกผักตามฤดูกาล ผักสวนครัว การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ตลอดจนการเลี้ยงปลาในนาข้าว มีการดูแลและปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ซึ่งโรงเรียนยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้รับรางวัลสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศอีกด้วย
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน และทรงราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ
เวลา 14.54 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนอาโอยาม่า 2 อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ซึ่งเปิดการสอนเมื่อปี 2515 ปัจจุบันสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 312 คน ซึ่งจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับการศึกษาในรูปแบบจิตศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนรู้สู่ทักษะชีวิต โดยนำธรรมะมาบูรณาการกับการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม และจริยธรรมที่ดี โดยการจัดทำโครงการอบรมธรรมะทุกวันอังคาร และให้นักเรียนนั่งสมาธิทุกครั้งก่อนเริ่มเรียน ทำให้นักเรียนมีสมาธิมากขึ้น ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในปีการศึกษา 2559 ดีขึ้น และผลการทดสอบระดับชาติในชั้น ป.3 ป. 6 และ ม.3 มีคะแนนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมด้านโภชนาการ โดยจัดอาหารเช้า อาหารกลางวัน และเสริมนมให้แก่นักเรียน เพื่อแก้ปัญหาทางโภชนาการ และใช้เกลือไอโอดีนเพื่อป้องกันโรคคอพอก
สำหรับการดำเนินโครงการด้วยรักและห่วงใยมีการดำเนินงานที่หลากหลาย อาทิ โครงการส่งเสริมอาชีพ ได้ตั้งชมรมต่าง ๆ ขึ้น ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตามความสนใจของนักเรียน เช่น ชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์, ชมรมเสริมสวยหญิง และชมรมช่างตัดผมชาย และชมรมอาหารกลางวัน สอนทำอาหาร ถนอมและแปรรูปอาหาร, โครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อปลูกฝังเตรียมความพร้อม ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการทดลองที่สนุกสนาน ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 93 โรงเรียน
ในการนี้ ทรงติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพด้านการเกษตร อาทิ การเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์และบ่อดิน, เลี้ยงสัตว์, ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล, ปลูกไม้ผล, การผลิตอาหารสัตว์จากวัตถุดิบในท้องถิ่น และการผลิตปุ๋ยชีวภาพ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตร “โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนจังหวัดหนองคาย” ที่เริ่มโครงการเมื่อปี 2556 ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเฝ้าไร่, อำเภอท่าบ่อ, อำเภอรัตนวาปี, อำเภอสระใคร และอำเภอสังคม ปัจจุบันมีสมาชิก 184 คน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินในครัวเรือนลดลง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนเข้มแข็ง จากนั้นทรงปล่อยปลาไทย 9 ชนิด ลงสู่แหล่งน้ำของโรงเรียน เพื่อขยายพันธุ์สัตว์น้ำและเป็นแหล่งอาหารให้กับโรงเรียนและชุมชน ในการนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับด้วยเสด็จด้วย
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 14 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:47 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประทับเฮลิคอปเตอร์ที่นั่งซึ่งกองทัพเรือจัดถวาย เสด็จไปยังโรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมทั้งหน่วยแพทย์พระราชทาน สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรที่เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร สำหรับวันนี้ มีผู้ไปรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรม 250 ราย
โรคที่พบมากคือ ระบบกล้ามเนื้อและระบบทางเดินอาหาร, ผู้ป่วยนำเฝ้าเพื่อทรงมีพระวินิจฉัยในการหาแนวทางรักษา 8 ราย ได้แก่ โรค SLE หรือแพ้ภูมิตัวเอง, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคลิ้นหัวใจรั่ว, โรคมะเร็งเต้านม, เหงื่อออกเป็นเลือด, โรคลมชัก, โรคซึมเศร้า และเท้าผิดปกติจากการประสบอุบัติเหตุ โดยโปรดให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้โปรดให้สัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ มาตรวจรักษาป้องกันโรคและแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง จากนั้นทรงเยี่ยมและพระราชทานชุดของเล่น สมุดวาดภาพระบายสี และกระปุกออมสิน แก่เด็กที่ผู้ปกครองนำมาเฝ้ารับเสด็จอย่างทั่วถึง
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:49 น. [แจ้งลบ]
16 พ.ย.2560 สื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ ครม.ประยุทธ์ 5 ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอน ซึ่งวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกภารกิจในช่วงเช้าทั้งหมด ซึ่งอาจสอดคล้องกับกระแสข่าวดังกล่าว

รายงานระบุว่า หลังมีข่าวนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 5 ทูลเกล้าฯ แล้วนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ต่างพากันสอบถามและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงโผคณะรัฐมนตรีใหม่ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา นอกจากนี้บรรดาคนสนิทของรัฐมนตรีหลายรายได้พยายามตรวจสอบจากผู้สื่อข่าวถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:50 น. [แจ้งลบ]
16 พ.ย. 60 – นางญาณี แสงศรีจันทร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงการคลังได้เปิดโอกาสสำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติใหม่นั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและประกาศผลการอุทธรณ์ในรอบแรกแล้ว โดยมีผู้มีสิทธิที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม จำนวน 9.24 พันราย โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศเผยแพร่ข้อมูลและเตรียมพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป
สำหรับการแจกบัตรสวัสดิการ จำนวน 9.24 พันรายนั้น แบ่งเป็น ผู้มีสิทธิที่กรมบัญชีกลางได้ผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จำนวน 7.22 พันราย ให้หน่วยงานรับลงทะเบียนตรวจสอบรายชื่อผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการอุทธรณ์ดังกล่าว และเริ่มแจกบัตรสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป ส่วนผู้มีสิทธิที่ผ่านการอุทธรณ์อีก 2.01 พันราย ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิที่กรมบัญชีกลางยังไม่ได้ผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กรมฯ ได้จัดส่งข้อมูลให้ธนาคารกรุงไทยเพื่อจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ภายในวันที่ 7 ธ.ค. 2560 เป็นต้นไป และกรมบัญชีกลางจะยกยอดแต่ละประเภทสวัสดิการที่คงเหลือจากการใช้จ่ายสามารถใช้ต่อได้ในเดือน ธ.ค. 2560 ยกเว้นค่ารถเมล์ เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการ
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 17 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 10:52 น. [แจ้งลบ]
THE VISIONARY ขยายความว่า “และสำหรับในหลวงแล้ว สิ่งนั่นคือ การเข้าถึงหัวใจของประชาชน”… และว่า
“ในหลวงทรงให้ความสำคัญกับคนมาก เราจึงได้ยินเรื่องราวมากมาย เกี่ยวกับความเมตตาและความเป็นกันเองของพระองค์ ซึ่งทำให้ทรงเป็นที่รักจากทั้งชาวบ้าน และข้าราชบริพาร
อย่างเช่นครั้งหนึ่ง ทรงได้ยินเจ้าหน้าที่บ่นผ่านวิทยุว่า หิว เพราะต้องเข้าเวารกะดึก จึงพระราชทานตู้เย็นมาให้เพื่อเก็บอาหารไว้กินเวลาปฏิบัติหน้าที่ยามค่ำคืน
หรือครั้งหนึ่ง ช่วงปีใหม่ ปี 2516 ในหลวงก็ทรงวิทยุไปที่สำนักงานเขตการทางพิษณุโลก เพื่อพระราชทานพรปีใหม่ให้แก่พนักงานที่นั่น ที่ทรงทราบว่าทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
หรืออีกครั้ง ตอนที่เสด็จฯ ไปเยี่ยมชาวเขาทางภาคเหนือ แล้วมีผู้ใหญ่บ้านชาวลีซอกราบทูลชวนให้ไปเยี่ยมบ้าน ในหลวงก็เสด็จฯ ไปตามคำชวน และเสวยเหล้าที่ผู้ใหญ่บ้านรินถวายในถ้วยที่ดูไม่ค่อยสะอาดนัก

แม้จะมีผู้คัดค้านด้วยความเป็นห่วง แต่พระองค์ก็รับสั่งว่า “ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้น เชื้อโรคตายหมด”
THE VISIONARY จึงได้ข้อสรุปว่า “ความใส่ใจ ความมีเมตตา และท่าทีที่เรียบง่าย สบาย ๆ ไม่มีพิธีรีตองมากมายเช่นนี้เอง ที่ทำให้ทุกคนล้วนประทับใจเมื่อได้พบพระองค์”

…นั่นคือตัวอย่างในการ “เข้าถึงใจ” ประชาชนในภาคเหนือที่อ่านดูแล้ว ทำให้ทราบว่าในหลวง ทรงพระเมตตาพสกนิกรของพระองค์ทุกหมู่เหล่า มิได้ทรงรังเกียจสิ่งของที่คนเหล่านั้นใช้เลย
อ่านถึงตรงนี้ ทำให้ผมเกิดคำถามว่า นี่กระมังคือที่มาของพระราชดำริที่ว่าการแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนนั้นจักต้อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
ใน THE VISIONARY ตอนต่อไป ผมจึงได้คำตอบที่ผมตั้งคำถามเอาไว้ครับ ว่า ใช่จริง ๆ…
และ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานของรัฐที่สัมพันธ์กับประชาชนควรที่จะน้อมนำไปตามปฏิบัติรอยเบื้องพระยุคลบาททุกหน่วยครับ !
บอย กสท
Guest
itdoca@gmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 13:50 น. [แจ้งลบ]
เมฆหัวเราะ..ฟังพระสุรเสียง ‘ในหลวง ร.๙’ มีพระราชดำรัสถึงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ทรงภูมิใจมาก
วันที่ 14 พฤศจิกายน เป็น ‘วันพระบิดาแห่งฝนหลวง’
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริโครงการฝนหลวงขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498
ทรงศึกษาค้นคว้าและวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการ อุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ
จากพระราชดำริดังกล่าว ได้เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรและคนไทยได้เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง”
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสอนเรื่องราวเกี่ยวกับฝนหลวงแก่นักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล
พร้อมมีพระราชดำรัสถึงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า
“…นี่รูปที่ถ่าย ถ่ายด้วยกล้องนี้ นี่อาจารย์ไม่ได้ทำ
.
ธรรมชาติทำ เป็นเมฆ แล้วมีความเย็น ฝนก็ลงมาถึงพื้น ถึงทะเล
.
ส่วนนี้ เขามีความร้อนก็ขึ้นไป นี่หน้าตาเหมือนผี เขาหัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำฝนได้
.
รูปนี้ ภูมิใจมากที่ได้ถ่าย ถ่ายจากที่ไกลกังวลนี่เอง…”

กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 19 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:40 น. [แจ้งลบ]
พระราชกรณียกิจในอดีต เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๘
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ไปทอดพระเนตรภูมิประเทศและแหล่งน้ำบริเวณบ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้ กรมชลประทานดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ณ ห้วยนาผาง กับพิจารณาวางโครงการสำรวจและสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเทา รวมทั้งให้พิจารณาหาทำเลสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเทากับห้วยนาผาง นอกจากนี้ ทรงมีพระราชดำริให้สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทดำเนินการปรังปรุงถนนและสะพาน ตลอดจนพิจารณาสร้างขึ้นใหม่ตามความเหมาะสม เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๘
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 20 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:44 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานที่ดิน 9 แห่งให้หน่วยงานราชการใช้ประโยชน์
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานที่ดินในพระปรมาภิไธยแก่ส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ทำงานและเพื่อประโยชน์ในทางราชการตลอดไป



วันที่ 30 พ.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย จำนวน 9 แห่ง เพื่อใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ทำงานและเพื่อประโยชน์ในทางราชการตลอดไป ดังนี้



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ จำนวน 79 ไร่ 2 งาน 60.9 ตารางวา ให้แก่กองทัพบก เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าของแผ่นดิน



นายชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน วังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ จำนวน 9 ไร่ 26.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ



พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน วังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 1.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์



พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน วังปารุสก์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ จำนวน 19 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาล



พล.ต.สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 15 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ จำนวน 21 ไร่ 1 งาน 48.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 และพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติ และศิลปะจังหวัดเพชรบุรี



พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ จำนวน 584 ไร่ 2 งาน 99.5 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน



พล.ต.ท.อรรถชัย เกิดมงคล ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน ค่ายพระรามหก (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ จำนวน 1,244 ไร่ 24.2 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เนื้อที่จำนวน 148 ไร่ 2 งาน 88.8 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกระทรวงมหาดไทย และพิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เข้ารับพระราชทานโฉนดที่ดิน คลอง 6 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ จำนวน 300 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ และสถานที่ทำงานขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 21 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:47 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จไปยังมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทอดพระเนตรภาพยนตร์แอนิเมชัน เรื่อง”ของขวัญจากดิน” รอบปฐมทัศน์ ซึ่งศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระเมตตากรุณา พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระวิริยะอุตสาหะในการแก้ปัญหาเรื่องความอดอยากของพสกนิกรชาวไทย ในการนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ของขวัญจากดิน” แล้วทอดพระเนตรภาพยนตร์แอนิเมชัน “ของขวัญจากดิน” รอบปฐมทัศน์ ความยาว 60 นาที ที่แฝงด้วยเรื่องราวของศาสตร์แห่งพระราชาในแง่มุมต่าง ๆ และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำทีมแอนิเมชันชั้นนำ และให้เสียงโดยนักแสดงที่มีชื่อเสียง ผ่านตัวละครหลัก 4 ตัว ได้แก่ ปู่ทอง, พงษ์ ลูกชายของปู่ทอง, ขวัญข้าว ลูกสาวคนเดียวของพงษ์ และจอม ลูกของสมชาย เพื่อนบ้านของปู่ทอง ถ่ายทอดเรื่องราวคู่ขนานระหว่างการเริ่มต้นชีวิตของเด็กเมืองในชนบทกับความเจริญเติบโตงอกงามของต้นข้าว เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนให้เด็กและเยาวชนได้เข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “ของขวัญจากดิน” จะเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 22 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:49 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทอดพระเนตรการแสดงวิพิธทัศนาร่วมสมัย ราตรีศรีอโยธยา
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปยังโรงละครเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ทอดพระเนตรการแสดงวิพิธทัศนาร่วมสมัย “ราตรีศรีอโยธยา” ซึ่งหน่วยงานภาคเอกชนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสะท้อนศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสำนักในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง และเป็นต้นแบบแห่งพระราชประเพณีในราชสำนักรัตนโกสินทร์ ตอนต้น รายได้การจำหน่ายบัตรหลังหักค่าใช้จ่ายถวายโดยเสด็จพระกุศลสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ภาฯ ยามยาก สภากาชาดไทย โดยการแสดงแบ่งเป็น 3 องก์ อาทิ “สู่กรุงเทพมหานคร” เป็นการแสดงโขนและการร่ายรำของสตรีราชสำนักฝ่ายใน รวมทั้งการแสดงแบบฉลองพระองค์ในพระบรมวงศานุวงศ์ และการแต่งกายของข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ และ “คีตมหาราชา” เป็นการเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาบรรเลงในทุกรูปแบบแนวดนตรี อาทิ แจ๊ส ป็อป และโอเปร่า เพื่อสะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 23 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:53 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานพระวโรกาสให้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ เฝ้าถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ วานนี้ (30 พ.ย.60)สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานพระวโรกาสให้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ เฝ้าถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงาน
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 24 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:57 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2560
วานนี้ (30 พ.ย.2560)สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ที่กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านโตแฮ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ปี 2550 มีร้อยตำรวจโทวิชัย ใจกุณา เป็นครูใหญ่ ดูแลและบริหารโรงเรียนมาตั้งแต่ตั้งโรงเรียน ทำให้เกิดความต่อเนื่อง คนในชุมชนคุ้นเคย เมื่อผู้ปกครองมีปัญหาจะไปขอคำปรึกษาเกิดความไว้วางใจกัน ช่วยพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน ปีการศึกษาที่ผ่านมามีนักเรียน 62 คน บางคนเป็นนักเรียนบ้านไกลจากบ้านปู่คำน้อย, บ้านบุญเลอน้อย และบ้านโก๊ะหง่อคี ซึ่งต้องพักค้างที่โรงเรียนตลอดภาคการศึกษา เมื่อปิดเทอมจึงกลับบ้าน เพราะการสัญจรมีเพียงเส้นทางเดินเท้า และทางรถจักรยานยนต์ ฤดูฝนใช้การไม่ได้ ด้านการเรียนการสอน เด็กทุกคนเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ และได้เรียนต่อในระดับสูงขึ้นทุกคน มีปราชญ์ชาวบ้านสอนเรื่องการใช้สมุนไพรรักษาโรค, ย้อมผ้า ทอผ้า และปักผ้า ทรงชื่นชมที่นักเรียนสามารถปักชื่อได้เอง ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ, ด้านวิชาการมีการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล ทำให้เปิดโลกทัศน์ ซึ่งเด็กสนใจมากปัจจุบันมีโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ ในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เข้าไปติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มความเสถียรของระบบเพื่อเพิ่มโอกาสให้เข้าถึงการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ใช้พื้นที่ที่มีอยู่เพียง 3 ไร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปลูกผัก และไม้ผลที่เหมาะต่อพื้นที่สูงและสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีกรมชลประทานช่วยสร้างฝายห้วยแม่ลามาน้อย ตอนบน พร้อมระบบท่อส่งน้ำบ่อเก็บน้ำ ตามที่ราษฎรได้ขอพระราชทานเมื่อปี 2554 ปัจจุบันน้ำบริบูรณ์ดีมีใช้ตลอดทั้งปี

เวลา 12.22 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย ทรงเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารมันส์กอร์ สัจจา สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องเรียน เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านเลโคะ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวในตำบลสบเมย สอนชั้นเด็กเล็กถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการจากบ้านเลโคะ, บ้านห้วยน้ำใส, บ้านทิยาเพอ, บ้านกลอโคะ, บ้านแม่ลามา, บ้านทีฮือลือ และบ้านซื่อมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนบ้านเลโคะ เข้าในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้และดำเนินงานร่วมกับโครงการต่าง ๆ ที่โรงเรียนมีอยู่เดิมได้ดี ที่เด่นคือ กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สอนให้เด็กสวดมนต์ นั่งสมาธิ และรักษาศีล 5 เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต ส่วนการเรียนการสอนรวมระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 มีนักเรียนจากโรงเรียนบ้านเวฬุวัน โรงเรียนบ้านแม่ลามา และโรงเรียนบ้านทีฮือลือ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มาเรียนร่วม เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู และให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง เวลา 16.20 น. ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านโกแประ อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 ด้วยทรงทราบว่า หมู่บ้านโกแประ ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่มีสถานศึกษา ทำให้เด็กบางส่วนต้องเป็นนักเรียนบ้านไกลไปเรียนโรงเรียนที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านมากกว่า 10 กิโลเมตร บางครั้งต้องหยุดเรียนเนื่องจากเดินทางไม่สะดวกในระยะแรก กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ดูแลรับผิดชอบสร้างอาคารเรียนและสาธารณูปโภค ภายหลังมีมูลนิธิ ชมรม และองค์กรต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือทั้งสนับสนุนงบประมาณ จัดสร้างอาคารประกอบเพิ่มเติม ปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องสภาพพื้นที่ เพราะตั้งอยู่บนไหล่เขาสูงชัน ผลผลิตทางการเกษตรไม่พอประกอบอาหารกลางวัน ต้องจัดซื้อจากภายนอก การขนส่งยากลำบาก ใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยลำเลียง หากใช้ทางรถ มีเพียงเส้นทางรถจักรยานยนต์ หรือ สัญจรทางเรือต้องทวนแม่น้ำสาละวินนานเกือบ 4 ชั่วโมง แล้วเดินต่ออีก 2 ชั่วโมง บ้านโกแประ อยู่ห่างไกลติดแนวชายแดนยากที่จะเข้าถึง ซึ่งก่อนนี้ทรงมีหมายกำหนดการที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมแล้ว 2 ครั้ง แต่เนื่องจากสภาพอากาศปิด และยังมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามงาน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 25 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 14:59 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกหน่วยตรวจรักษาผู้ประสบอุทกภัย ที่จังหวัดเพชรบุรี

วานนี้ 29พ.ย.2560 ที่อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกตรวจรักษาพร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบ้านหม้อ และใกล้เคียง ซึ่งมีผู้มารับบริการ 145 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคระบบประสาท พร้อมกับเยี่ยมบ้านให้กำลังใจผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ติดบ้าน ติดเตียง พร้อมพระราชทานชุดยาสามัญประจำบ้านให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจรักษา

จังหวัดเพชรบุรี ได้รับอิทธิพลของพายุคีโรกี ระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต้องระบายน้ำจากเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 8,770 คน
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 15:01 น. [แจ้งลบ]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการฯ ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2560



นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลา การเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการฯ ออกไปอีก30วัน ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เนื่องจากต้องการให้นักเรียน นักศึกษาประชาชน เข้าศึกษาและเรียนรู้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้รับทราบหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักราชเลขานุการในพระองค์ฯ แล้ว ทั้งนี้สำนักปลัดสำนักนายกฯจะดำเนินการส่งหนังสือไปยังกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อประกาศแจ้งให้ประชาชนรับทราบและเข้าชมนิทรรศการได้ต่อไป
กบภ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 15:03 น. [แจ้งลบ]
วานนี้ 29พ.ย.2560 เมื่อเวลา 09.45 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยของราษฎรที่ประสบภัยหนาว ได้รับผลกระทบจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบนและจังหวัดน่านทำให้อุณภูมิลดลง ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของราษฎรเป็นวงกว้าง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก โยธิน ประยูรโภคราช ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 1,000 ผืน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาว ณ โรงเรียนแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากนั้นเวลา 12.45 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลอากาศเอก โยธิน ประยูรโภคราช เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 1,000 ผืน ไปมอบแก่ราษฎร และตัวแทนนักเรียนชายหญิงโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 ที่ประสบภัยหนาว ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ต่อจากนั้นพลอากาศเอก โยธิน ประยูรโภคราช เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 1,000 ผืน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาว ณ หอประชุมโรงเรียนนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
สกศ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 15:06 น. [แจ้งลบ]
Home » ข่าวสถาบันฯ » ในหลวง เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 6 จ.นครสวรรค์
ในหลวง เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 6 จ.นครสวรรค์
วันพฤหัส 30 พฤศจิกายน 2560 8:02ข่าวสถาบันฯอ่าน 35 ครั้งยังไม่มีความเห็น
แบ่งปัน




วานนี้ 29พ.ย.2560 เมื่อเวลา 17.34 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 6 และศาลจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา, นายลาชิต ไชยอนงค์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายชยกมล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นเสด็จฯ เข้าสู่พลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล
ต่อจากนั้นนายลาชิต ไชยอนงค์ ถวายหนังสือที่ระลึก นายชีพ จุลมนต์ กราบบังคมทูลรายงานพร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 6 และศาลจังหวัดนครสวรรค์ กราบบังคมทูลเบิกนายสราวุธ เบญจกุล เพื่อเบิกผู้มีอุปารคุณแก่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 และศาลจังหวัดนครสวรรค์ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก กราบบังคมทูลเบิกนายสุรพล สนธยานนท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย กราบบังคมทูลเบิก นายชยกมล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครสวรรค์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ขอพระราชทานพระราชานุญาตฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 6 และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลจังหวัดนครสวรรค์ ตามลำดับ
สกศ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 15:09 น. [แจ้งลบ]
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปยังอาสนวิหารอัสสัมชัญ ทรงเป็นประธานงานแสดงดนตรีคลาสสิก เพื่อเฉลิมฉลองการครบ 160 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมกับสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น เพื่อแสดงถึงมิตรภาพและสายสัมพันธ์ ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ที่มีมายาวนาน โดยเป็นการแสดงบทเพลงคลาสสิก 3 บทเพลงที่มีความโดดเด่น คัดเลือกจากชุดผลงานคีตนิพนธ์สำคัญของฝรั่งเศส ได้แก่ กลอรีอา, แคนทีค เดอ ลา จองน์ ราซีน และน๊อคเทิร์นเนส ขับร้องโดยนักร้องเสียงโซปราโน ชาวฝรั่งเศส มาอิลิซ เดอ วิลูเทรย์ บรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์เยาวชนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงวงสวนพลู และนักร้องประสานเสียงจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ควบคุมการบรรเลงโดยวาทยากรชาวฝรั่งเศส นิโกลาส์ ครุเกอร์ รวมศิลปิน 120 คน ไทยเป็นมิตรประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของฝรั่งเศส ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เริ่มต้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 ส่วนความสัมพันธ์ทางการทูตเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2399 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ปัจจุบันไทย-ฝรั่งเศส มีการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในหลายด้าน เช่น ด้านวัฒนธรรม ด้านวิทยาศาสตร์ และวิชาการ
สกศ.
Guest
itdoca2527@gmail.com
ตอบ # 30 เมื่อ 1 ธันวาคม 2560 15:11 น. [แจ้งลบ]
28พ.ย.2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการพัฒนาที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ทรงเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ เรื่อง “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่วนราชการ มหาวิทยาลัย และสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จัดขึ้นจนถึงวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายได้เห็นความหลากหลายแห่งศักยภาพของทรัพยากรไทย เรียนรู้ธรรมชาติแห่งชีวิตว่าสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว การอนุรักษ์ การพัฒนา และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ

ภายในงานมีการประชุมวิชาการ งานฐานทรัพยากร ภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์ พัฒนา ทรัพยากรกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, การนำเสนอผลงานวิจัยในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช โดยนักวิชาการ และสมาชิกชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ, การจัดนิทรรศการของหน่วยงาน ประชาชนเครือข่ายเกษตรกร และปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงนิทรรศการโรงเรียนหญ้าแฝก และกิจกรรม “การสร้างนวัตกรรมจากฐานทรัพยากรไทย” การแสดงผลงานของสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนที่ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรแห่งความมุ่งมั่น, การแสดงศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น และการออกร้านจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดสระบุรี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มุ่งเน้นการอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ทั้งทรัพยากรกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญา โดยสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ความร่วมมือระหว่างโครงการฯ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อพัฒนาวิชาการ หรือองค์ความรู้ต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และนิเวศวิทยาพื้นถิ่น ปัจจุบันมีสมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนจากทั่วประเทศ ประมาณ 3,000 แห่ง และสมาชิกงานฐานทรัพยากรท้องถิ่นประมาณ 1,000 แห่ง

1 2

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.baanmuang.com
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 43160
โทรศัพท์ 042-414872 โทรสาร 042-414871 อีเมล : banmuang_bm@hotmail.com, admin@baanmuang.com
Design by MIT : Songpol Puntadesh (www.facebook.com/nongkhaiphoto)
Engine by MAKEWEBEASY